ตำรวจ ปทส. ทลายแหล่งเพาะพันธุ์นกป่ากลางเมืองเชียงใหม่ ยึดของกลางจำนวนมาก

ตำรวจ ปทส. สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ตำรวจภูธรภาค 5 และ เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 นำหมายศาลเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 2 จุดพื้นที่อำเภอสันทรายและอำเภอเมืองเชียงใหม่ ยึดนกป่ากว่า 60 ตัว พร้อมผู้ต้องหา 1 คน เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบใบอนุญาตเพาะพันธุ์สัตว์ป่าหมดอายุ

ตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กก.4 บก.ปทส.) พร้อมด้วยชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 5 ตำรวจกองปราบปราม และ เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 นำหมายศาลเข้าตรวจสอบบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านจัดสรร ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ของนายชาติ ( นามสมมุติ ) อายุ 49 ปี หลังได้รับการร้องเรียนว่าที่บ้านหลังดังกล่าวมีการเพาะขยายพันธ์และครอบครองนกเป็นจำนวนมากที่น่าสงสัยจะเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง

จากการตรวจสอบพบนกปรอดหัวโขนหรือนกกรงหัวจุก 40 ตัว , นกปรอดคอลาย 2 ตัว และนกกะรางคอดำหรือนกซอฮู้ 3 ตัว อยู่ในกรงนกแขวนไว้บริเวณลานจอดรถหน้าบ้าน ขณะที่นายชาติเจ้าของบ้านไม่อยู่บ้าน เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นโดยมีนิติบุคคลของหมู่บ้านและญาติเจ้าของบ้านนำตรวจค้น

ในจำนวนนกที่ตรวจค้น พบนก 4 ตัว มีห่วงขาหรือกำไลประจำนกสวมอยู่ เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าได้ตรวจสอบเครื่องหมายห่วงขาพบว่าตรงกับเครื่องหมายในรายการตามใบอนุญาตให้ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์และได้ขึ้นทะเบียนไว้โดยถูกต้อง ส่วนที่เหลืออีกกว่า 40 ตัว ไม่พบเครื่องหมาย เชื่อว่ามิใช่นกที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์หรือขึ้นทะเบียนไว้โดยชอบด้วยกฎหมายแต่อาจเป็นนกป่าธรรมชาติที่ถูกดักจับหรือนำมากักขังใส่กรงไว้ในครอบครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ตรวจสอบข้อมูลทะเบียนผู้ได้รับอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครองพบว่านายชาติเป็นสถานที่เพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครองมาก่อนปัจจุบันสถานะใบอนุญาตสิ้นอายุลงแล้วเกินกว่า 1 ปี เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหามีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่และประกอบกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ ที่ สภ.แม่โจ้

นอกจากที่บ้านหลังนี้ เจ้าหน้าที่อีกชุดได้นำหมายศาลเข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ย่านถนนโชตนา ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นร้านของนายชาติ พบนกปรอดหัวโขนหรือนกกรงหัวจุก 11 ตัวถูกขังไว้ในกรงหน้าอาคาร โดยพบห่วงขาหรือเครื่องหมายประจำนก 1 ตัว ส่วนที่เหลือไม่พบห่วงขาหมายเลขประจำนก

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่พบนายชาติอยู่บริเวณอาคารหลังดังกล่าวซึ่งเจ้าตัวให้การว่า“นกสัตว์ป่าดังกล่าวทั้งหมดข้างต้นเป็นของตนทั้งหมด ตนได้มาโดยวิธีการเพาะพันธุ์ เนื่องจากเคยได้รับใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองใช้พื้นที่บ้านท้องที่ ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เป็นสถานที่ เพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครอง แต่ปัจจุบันสถานะใบอนุญาตสิ้นอายุลงแล้วเกินกว่า 1 ปี และไม่ได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตภายในกำหนดเวลาตามที่กฎหมายกำหนดไว้แต่อย่างใดจึงได้นำเอานกดังกล่าวมาเลี้ยงไว้ที่อาคารในเมืองเชียงใหม่

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหามีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ช้างเผือก

พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผู้บังคับการตำรวจ ปทส. เปิดเผยว่าก่อนหน้านี้ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านอาศัยภายในหมู่บ้านจัดสรรธนาพรปาร์คโฮม ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ แจ้งว่าได้รับความเดือดร้อนและเกิดความสงสัยเกี่ยวกับบ้านหลังหนึ่งภายในหมู่บ้านมีการนำนกหลายชนิดเลี้ยงใส่กรงจำนวนมากแขวนไว้ภายในบริเวณบ้านและเชื่อว่ามีการเลี้ยงครอบครองหรือเพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครองประเภทนเป็นจำนวนมากมาอย่างต่อเนื่องอีกทั้งชาวบ้านยังได้ยินเสียงนกร้องตลอดทั้งวันจึงเชื่อว่าภายในบ้านหลังดังกล่าวอาจมีการดูแลเลี้ยงเพาะพันธุ์สัตว์ป่าจึงได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ณัทกฤช น้อยคำปัน ผกก.กก.4.ปทส. พร้อมสั่งการให้ พ.ต.ต.จิรายุ อิ่นแก้ว สว.กก.4 บก. ปทส.สนธิกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและตรวจยึดของกลางพร้อมดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้ในที่สุด

ร่วมแสดงความคิดเห็น