รับแจ้งเหตุ “สายด่วนพิทักษ์ป่า 1362” จำหน่าย ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง สปป. 3 (ภาคเหนือ) ลงพื้นที่ตรวจสอบ 2 จุด ในพื้นที่เชียงใหม่ เจอครอบครองนกปรอทหัวโขน จำหน่ายนกกระติ๊ดขี้หมูกว่า 100 ตัว ตรวจยึดส่งคลินิกสัตว์ป่า พร้อมแจงข้อกฎหมาย ระเบียบ เกี่ยวกับสัตว์ป่าคุ้มครอง
วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 นายสมบูรณ์ พุทธวงศ์ หัวหน้าสำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ) ได้สั่งการให้ นายกฤษฎา เมฆิน หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 1 นำกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 1 สปป.3 (ภาคเหนือ) ร่วมกับส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามแบบรายงานและติดตามผลการรับแจ้งเหตุ “สายด่วนพิทักษ์ป่า 1362”
จากการตรวจสอบ พบรายละเอียดดังนี้
จุดที่ 1 ตรวจสอบบริเวณบ้านพัก ถนนวัวลาย ตำบลหายยา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ พบสัตว์ป่าคุ้มครอง ได้แก่
- นกปรอดหัวโขน จำนวน 3 ตัว
- นกปรอดหัวสีเขม่า จำนวน 1 ตัว
- นกขุนทอง จำนวน 1 ตัว
ผลการตรวจสอบ เจ้าของนกยอมรับว่า ครอบครองนกปรอดหัวโขนจริง โดยอ้างว่าเข้าใจคลาดเคลื่อนจากข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์และจากผู้จำหน่าย ว่ามีการปลดออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองแล้ว
จุดที่ 2 บริเวณวัดใน ต.ท่าศาลา อ.เมืองเชียงใหม่ พบผู้จำหน่ายสัตว์ป่าประเภท นกกระติ๊ดขี้หมู ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง จำนวน 100 ตัว ภายในบริเวณวัดดังกล่าว โดยผู้จำหน่ายให้ข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ว่า แผงจำหน่ายนกดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับทางวัดแต่อย่างใด และไม่ทราบว่านกชนิดดังกล่าวเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานกรรมการวัดให้ประชาสัมพันธ์ให้ร้านค้าและประชาชนที่มาร่วมทำบุญภายในวัด ร่วมกันปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับสัตว์ป่าในพื้นที่ต่อไป
ทั้งนี้ ในการเข้าตรวจสอบทั้ง 2 จุด เจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงข้อกฎหมาย ระเบียบ และบทกำหนดโทษเกี่ยวกับการครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 พร้อมทั้งนำนกของกลางทั้งหมดส่งมอบให้คลินิกสัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) เพื่อดำเนินการดูแลรักษาต่อไป




ร่วมแสดงความคิดเห็น