มิติใหม่บูรณาการรัฐ-เอกชน-วิชาการ! เทศบาลนครปากเกร็ด จับมือ บุญถาวร สลับทรัพยากรเครื่องฟอกอากาศช่วยชาวเหนือ พร้อมหนุนศูนย์ CSR เชียงใหม่-บุญถาวรอาสา และ มช. ขับเคลื่อนนวัตกรรม “พวงหรีดส่งบุญ เติมลมหายใจ” มุ่งความยั่งยืน
เชียงใหม่, 19 พฤษภาคม 2569 – แม้สถานการณ์วิกฤตฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในพื้นที่ภาคเหนือ จะเริ่มคลี่คลายลงตามฤดูกาล แต่การสร้างกลไกป้องกันระยะยาวยังคงเป็นสิ่งสำคัญ ล่าสุดเกิดโมเดลความร่วมมือครั้งสำคัญ ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและภาควิชาการ ที่ไม่เพียงแต่ เป็นการบรรเทาภัยพิบัติทางอากาศแต่ยังเป็นนวัตกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน ผ่านพิธีลงนามแสดงเจตจำนงเข้าร่วมโครงการ ณ บริษัท บุญถาวร รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) สาขาเชียงใหม่
ความน่าสนใจของความร่วมมือในครั้งนี้ คือการจับคู่สลับช่วงเวลาวิกฤต ระหว่าง เทศบาลนครปากเกร็ด และ บริษัท บุญถาวร รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยเป็นการยืมครุภัณฑ์เครื่องฟอกอากาศของเทศบาลนครปากเกร็ด นำมาหมุนเวียนและกระจายความช่วยเหลือ ในพื้นที่ภาคเหนือ เนื่องจากช่วงเวลาที่เกิดวิกฤตฝุ่นหนาแน่นของพื้นที่ปากเกร็ดและภาคเหนือเป็นคนละช่วงเวลากัน การหมุนเวียนทรัพยากรในลักษณะนี้จึงช่วยประหยัดงบประมาณของภาครัฐในการจัดซื้อเครื่องใหม่ได้อย่างมหาศาล โดยมีทางบุญถาวรเข้ามาเสริมกำลังด้านการจัดการโลจิสติกส์ และระบบโครงสร้างพื้นฐานในการกระจายเครื่องอย่างเป็นระบบ
ไฮไลต์สำคัญทางมิติสังคมในงานนี้ คือการเปิดตัวโครงการ “พวงหรีดส่งบุญ เติมลมหายใจ” ดำเนินการโดย ศูนย์ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจจังหวัดเชียงใหม่ (ศูนย์ CSR จังหวัดเชียงใหม่) ร่วมกับกลุ่ม “บุญถาวรอาสา” ที่เปลี่ยนพวงหรีดไว้อาลัยให้กลายเป็นโครงสร้างเครื่องฟอกอากาศ DIY ประสิทธิภาพสูง โดยได้รับการสนับสนุนทางวิชาการจาก ศูนย์ให้คำปรึกษาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสู้วิกฤตฝุ่นควัน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ในการร่วมออกแบบและจัดหาเครื่องฟอกอากาศที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการบริจาคแบบ “ให้ครั้งเดียวแล้วจบไป” คณะทำงานได้ประกาศยกระดับระบบหลังบ้านสู่การจัดตั้ง “ธนาคารเครื่องฟอกอากาศ” (Air Purifier Bank) โดยนำองค์ความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการจัดการสินค้าและคลังสินค้า ของบุญถาวรเข้ามาบริหารจัดการระบบคลังเครื่องฟอกอากาศอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงานที่มีความต้องการ อาทิ โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หรือศูนย์ดูแลกลุ่มเปราะบางในชุมชนสามารถติดต่อขอยืมและรับเครื่องฟอกอากาศไปดูแลได้อย่างเป็นระบบ
ที่สำคัญ โครงการนี้จะเน้นการ “ส่งต่อองค์ความรู้ควบคู่ไปกับตัวเครื่อง” โดยกลุ่มบุญถาวรอาสาจะร่วมกับ มช. ในการถ่ายทอดทักษะการจัดการ การดูแลบำรุงรักษาเครื่องฟอกอากาศ และกำหนดรอบการเปลี่ยนไส้กรองอย่างถูกวิธี เพื่อสร้าง “ผู้รับผิดชอบดูแลในระยะยาว” ในแต่ละชุมชน มุ่งหวังให้เครื่องฟอกอากาศทุกเครื่องสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความยั่งยืนต่อสุขภาวะของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง
พิธีลงนามและระดมความคิดเห็นในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากหน่วยงานส่วนภูมิภาค องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาควิชาการเข้าร่วมเป็นภาคีเครือข่ายอย่างพร้อมเพรียง อาทิ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่, สภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่, เครือข่ายศูนย์ UDC Northern, ตลอดจนเทศบาลตำบลป่าบง, เทศบาลตำบลหนองผึ้ง และเทศบาลตำบลไชยสถาน
นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประธานในพิธีเปิดเผยว่า “โมเดลการทำงานร่วมกันในครั้งนี้คือมิติใหม่ของ CSR ยุคปัจจุบัน การสร้าง “ธนาคารเครื่องฟอกอากาศW โดยเอาความเชี่ยวชาญของภาคเอกชนมาบริหารระบบหลังบ้าน ช่วยแก้ปัญหาเรื่องการส่งมอบของบริจาคแล้วไม่มีคนดูแลต่อได้อย่างตรงจุด ถือเป็นการแปรเปลี่ยนความสูญเสียจากความอาลัย ให้กลายเป็นการเติมเต็มลมหายใจที่ยั่งยืนและปลอดภัยตามหลักวิชาการให้แก่ชุมชนอย่างแท้จริง”
ด้าน คุณอารัญณะที ชัยมงคล ผู้จัดการ บุญถาวร เชียงใหม่ กล่าวว่า “ในฐานะภาคเอกชนที่ตั้งใจช่วยเหลือสังคมอย่างแท้จริง พนักงานบุญถาวรทุกคนพร้อมเป็นกลไกขับเคลื่อนโครงการพวงหรีดส่งบุญร่วมกับศูนย์ CSR เชียงใหม่ และรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทางศูนย์ให้คำปรึกษาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสู้วิกฤตฝุ่นควัน มช. เข้ามาเสริมทัพในฐานะพาร์ทเนอร์ทางวิชาการ เราหวังว่าพลังกาย พลังความคิด และหลักคิดเชิงวิทยาศาสตร์ ที่เริ่มต้นร่วมกันในวันนี้ จะเป็นแรงบันดาลใจให้ภาคีเครือข่ายและประชาชนทั่วไปหันมาเปลี่ยนมิติของการส่งต่อบุญ เพื่อสร้างอากาศบริสุทธิ์คืนสู่จังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือไปด้วยกันอย่างยั่งยืน”













ร่วมแสดงความคิดเห็น