เชียงใหม่หนุน “สะเมิง” ต้นแบบเปลี่ยนนาข้าวเป็น “อะโวคาโด” สร้างรายได้งาม ลดต้นทุนด้วยวงแหวนอินทรีย์
วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 นายเสน่ห์ แสงคำ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่เยี่ยมเยือนเกษตรกรต้นแบบการปลูกอะโวคาโด ณ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นางผุสดีวรรณ บุญเรือง เกษตรอำเภอสะเมิง ร่วมให้ข้อมูลการดำเนินงานในพื้นที่ แม้ว่าอำเภอสะเมิงจะเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะแหล่งปลูกสตรอเบอร์รี่คุณภาพสูง แต่ด้วยสภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีความเหมาะสมอย่างยิ่ง ในการปลูกพืชเมืองหนาวชนิดอื่น ๆ ซึ่ง “อะโวคาโด” ถือเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ที่เจริญเติบโตได้ดี และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกร
เกษตรกรต้นแบบชาวสะเมิง ได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่มาปลูกอะโวคาโดรวม 20 ไร่ (ประมาณ 800 ต้น) ซึ่งปัจจุบันมีต้นที่ให้ผลผลิตแล้วกว่า 500 ต้น โดยมีรายละเอียดการจัดการสวนที่น่าสนใจ ดังนี้:
สายพันธุ์ที่ปลูก: แฮส (Hass), พิงค์เคอร์ตัน (Pinkerton), บูท (Booth) และ บัคคาเนีย (Buccaneer)ช่วงเวลาเก็บเกี่ยว: เดือนสิงหาคม – พฤศจิกายน ของทุกปี ปริมาณผลผลิต: ที่ผ่านมาเก็บเกี่ยวได้ประมาณ 12 ตัน ราคาจำหน่าย: อยู่ที่ประมาณ 25 – 60 บาท ต่อกิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และคุณภาพ) ช่องทางตลาด: ส่งจำหน่ายให้กับ “โครงการหลวง” และมีพ่อค้าแม่ค้าเดินทางมารับซื้อถึงหน้าสวน
เทคนิคเด็ดลดต้นทุน: สวนแห่งนี้เลือกใช้ปุ๋ยอินทรีย์ควบคู่กับปุ๋ยเคมี โดยทำ “วงแหวนอินทรีย์วัตถุ” กวาดเศษใบไม้มากองรวมกันรอบโคนต้น (ห่างจากโคนประมาณ 2 เมตร) แล้วใส่มูลสัตว์ทับลงไป เมื่อใบไม้ย่อยสลายจะกลายเป็นปุ๋ยชั้นดี ช่วยลดต้นทุนค่าปุ๋ยและรักษาความชื้นในดินได้อย่างยอดเยี่ยม
เกษตรอำเภอสะเมิง เปิดเผยว่า นายต่อมคำ ถือเป็นเกษตรกรต้นแบบใน โครงการปรับเปลี่ยนกิจกรรมการผลิตในพื้นที่ไม่เหมาะสม (Agri-Map) ของกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อรณรงค์ให้เกษตรกรที่ปลูกข้าวในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม หันมาปลูกพืชทางเลือกอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า
ปัจจุบัน อำเภอสะเมิงมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ จากนาข้าวมาเป็นสวนอะโวคาโดแล้วรวม 30 ไร่ โดยมีตลาดรองรับที่มั่นคงอย่างโครงการหลวง ทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่แน่นอนและยั่งยืน





ร่วมแสดงความคิดเห็น