ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงผลเปิดปฏิบัติการ ทลายเครือข่ายไซเบอร์! สกัดแก๊งลวงเทรดหุ้นและม้า 14 รายทั่วประเทศ ลวงเหยื่อลงทุน ค่าความเสียหาย 17 ล้าน พบผู้เกี่ยวข้องในขบวนการทั้งคนธรรมดา หจก. และเปิดบริษัท พร้อมเปิดโครงการ “Money Cash Back” ล่าเงินคืนเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์ผู้เสียหาย 5 ราย มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 27 พ.ค.69 พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พร้อมด้วยทีมสืบสวนและศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ภ.5) ได้ร่วมกันเปิดแถลงข่าวผลปฏิบัติการ ปราบปรามมิจฉาชีพออนไลน์อย่างเข้มข้น ที่ล่าสุดได้ทำการกวาดล้างขบวนการหลอกลวงทางเทคโนโลยีและนำเงินกลับคืนสู่มือผู้เสียหาย และนำทีม เปิดปฏิบัติการ “สกัดม้า 17 ล้าน” นำกำลังบุกจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ทั้งหมด 14 รายจากทั่วประเทศหลังสืบพบความเชื่อมโยงในคดีที่อดีตข้าราชการพยาบาลเกษียณอายุรายหนึ่งในอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้ร่วมลงทุนเทรดหุ้นผ่านแอปพลิเคชันปลอมชื่อ “CAPFAST” โดยอ้างผลตอบแทนสูง จนผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปกว่า 21 ครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 8 ล้านบาท
จากนั้นกลุ่มคนร้ายยังได้ปลอมหนังสือแอบอ้างชื่อบริษัทเอกชน หลอกให้โอนเงินค่าภาษีและค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมอีก 5 ครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมดสูงถึง 17,655,968.62 บาท ทางเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนเส้นทางการเงินจนพบโครงข่ายบัญชีม้าที่เกี่ยวข้องถึง 35 บัญชี ก่อนระดมกำลังจับกุมผู้ต้องหาในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน นำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีม้า
พร้อมกันนี้ ทางตำรวจภูธรภาค 5 ยังได้ดำเนินโครงการ “Money Cash Back” (ปิดบัญชี ตามล่า คว้าเงินคืน) ประสบความสำเร็จในการสกัดจับกุมคนร้ายและอายัดเงินสดของกลางกลับคืนมาส่งมอบให้แก่เหยื่ออาชญากรรมไซเบอร์ได้ทันท่วงทีรวมจำนวน 5 คดี คิดเป็นมูลค่าเงินคืนรวมทั้งสิ้น 3,149,900 บาท
ทั้งนี้ทางด้าน พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่า ในการปฏิบัติการในครั้งนี้ ได้มีการแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม โดยในส่วนของกลุ่มแรกคือ กลุ่มที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการจับกุมได้ จำนวนทั้งหมด 14 คน จากทั่วประเทศ ที่อยู่ในขบวนการหลอกลวงเทรดหุ้น ตามแพลตฟอร์ม และทางเพจเฟสบุ๊คต่างๆ เมื่อมีคนเข้าไปในเฟสบุ๊คก็จะทำการดึงเข้ากลุ่มไลน์ และมีการพาเข้าแพลตฟอร์มเทรดหุ้นที่มีความน่าเชื่อถือ มีการลงทุนได้ผลตอบแทนจริงในช่วงแรก โดยเคสที่สำคัญคือผู้เสียหายรายหนึ่งในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทำอาชีพพยาบาล โดยผู้เสียหายได้นำเงินเก็บจากการทำงานมาทั้งชีวิตจำนวน 17 ล้านบาท นำไปลงทุนแล้วถูกหลอก โดยทางกลุ่มมิจฉาชีพได้ลวงลงทุนและให้ผลกำไรที่เกินจริง ที่อ้างว่าหากทำการลงทุนจะได้ผลตอบแทนในแพลตฟอร์ม 35 ล้านบาท แต่จะไม่สามารถถอนได้ โดยหากจะถอนก็จะต้องมีการลงทุนเพิ่มต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเจ้าตัวทราบว่าถูดหลอก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าทำการช่วยเหลือ และมีการอายัดบัญชีของผู้เสียหาย พร้อมกับตรวจสอบอายัดบัญชีของกลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มนี้ไว้ได้
จากการตรวจสอบยังพบว่า มีกลุ่มผู้ร่วมกระทำความผิดถึง 57 คน ที่มีทั้งบุคคลธรรมดา , คนที่เป็นบัญชีม้า , คนควบคุม อีกทั้งยังมีบางส่วนที่ไปเปิด หจก. และเปิดบริษัทให้น่าเชื่อถือในการหลอกลวง และมีการโอนเงินจากผู้เสียหายหลายรายที่โอนเงินเข้าไปในบัญชีส่วนบุคคล บัญชีบริษัท รวมไปถึงบัญชีที่เป็น หจก. และหลังจากโอนเข้าไปก็จะถูกโอนข้ามไปที่ลาวประเทศเพื่อนบ้าน โดยรายนี้สามารถอายัดเงินบัญชีกลุ่มคนร้ายได้ประมาณ 3 ล้านกว่าบาท และจะได้มีการเฉลี่ยคืนผู้เสียหาย
ผบช.ภ.5 กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ขอเน้นย้ำและแจ้งเตือนประชาชนอย่างเด็ดขาดว่า อย่าหลงเชื่อบุคคลที่ชักชวนให้เปิดบัญชีธนาคาร บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือซิมโทรศัพท์ให้ผู้อื่นยืมใช้งานโดยเด็ดขาด เนื่องจากการเปิดบัญชีม้าหรือเป็นธุระจัดหาบัญชีม้า มีโทษตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 โดยการยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ที่เป็นธุระจัดหาหรือโฆษณาซื้อขายบัญชีม้า มีโทษหนักจำคุกตั้งแต่ 2 ปีถึง 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 200,000 บาทถึง 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ





ร่วมแสดงความคิดเห็น