เปิดคำรับสารภาพ “จายสู้” ยอมรับเปลี่ยนเพศสภาพชอบเพศเดียวกัน แต่ผู้ตายขอเป็นแฟน พยายามลวนลาม จนมีปากเสียง ก่อนพลั้งมือบีบคอดับ

เปิดคำรับสารภาพ “จายสู้” มือฆ่าสาวไทใหญ่ หลบหนีกบดานในพื้นที่รัฐฉานเมียนมา เจ้าตัวยอมรับเปลี่ยนเพศสภาพชอบเพศเดียวกัน แต่ผู้ตายอยากขอเป็นแฟนพยายามลวนลาม จนมีปากเสียงทะเลาะพลั้งลงมือก่อเหตุบีบคอจนเสียชีวิต และกลัวความผิดจึงหลบหนี อำพรางศพไว้ในห้องพัก

ช่วงบ่ายวันนี้ (1 มิ.ย.69) ที่สถานีตำรวจภูธรแม่ปิง จ.เชียงใหม่ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค 5 , เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิง ได้ร่วมกันควบคุมคัว นายจายสู้ สัญชาติเมียนมา อายุ 46 ปี ที่ก่อเหตุคดีสะเทือนขวัญฆาตกรรมและทิ้งศพหญิงชาวไทใหญ่ภายในห้องน้ำของหอพักแห่งหนึ่ง ไม่มีชื่อในย่านพื้นที่ ต.สันผีเสื้อ อ.เมืองเชียงใหม่ มาทำการสอบสวน ภานหลังจากที่ช่วงเช้าวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานรับตัวผู้ต้องหาที่ได้ทำการหลบหนีออกนอกประเทศไปกบดานในพื้นที่รัฐฉาน ประเทศเมียนมา ภายหลังจากที่ก่อเหตุเมื่อวันที่ 16 พ.ค.69 และหลบหนีไปทันที ทิ้งศพของผู้เสียชีวิตไว้ภายในห้องพักถึง 2 วัน จนกระทั่งมีการพบศพเมื่อวันที่ 18 พ.ค.69 และทางตำรวจได้มีการติดตามสืบสวนจับกุมตัว นายจายสู้ เรื่อยมาจนกระทั่งสามารถจับกุมตัวได้ในที่สุดพร้อมทั้งได้มีการนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนควบคุมตัวมายัง สภ.แม่ปิง เพื่อทำการสอบปากคำเพิ่มเติม

โดยในการสอบปากคำวันนี้ ทางด้าน พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 ได้เดินทางมาสอบสวสผู้ต้องหาด้วยตัวเอง และได้พูดคุบกับทาง นายจายสู้ ผู้ต้องหา ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าตัวได้ปฏิเสธการลงมือก่อเหตุฆ่าผู้ตายมาโดยตลอด จนกระทั่งได้มารับสารภาพในระหว่างการสอบปากคำในครั้งนี้ว่าเป็นคนลงมือก่อเหตุด้วยตัวเองในที่สุด และยอมรับว่าที่ไม่ยอมรับก่อนหน้านี้ เพราะกลัวความผิด

ขณะที่ในระหว่างการสอบปากคำครั้งนี้ ทางด้าน นายจายสู้ ผู้ต้องหาได้เปิดปากรับสารภาพด้วยตัวเองว่า เป็นคนลงมือก่อเหตุฆ่านางคำอิง หญิงชาวไทใหญ่ ที่ก่อนหน้านี้ได้รู้จักกันผ่านโซเชียลเฟสบุ๊คมาประมาณ 7-8 เดือน ซึ่งตนยอมรับว่าตอนพูดคุยกันไม่ได้คิดอะไรกับผู้ตาย และยอมรัยว่าเมื่อก่อนตัวเองเคยชอบผู้หญิง แต่ปัจจุบันไม่ได้ชอบผู้หญิงแล้ว และเปลี่ยนมาชอบผู้ชายด้วยกันหลายปีแล้ว โดยในคืนวันเกิดเหตุ (วันที่ 16 พ.ค.69 ) นางคำอิง ได้โทรศัพท์ผ่านเฟสบุ๊คมาหาตนบอกว่า อยากมาเที่ยวหา และขอให้ตนช่วยไปรับ จึงได้ขับรถจักรยานยนต์จากห้องพักไปหา นางคำอิง ที่พักอยู่ในพื้นที่แม่โจ้ และได้แวะซื้อเบียร์ระหว่างทางเพื่อมากินที่ห้องพักของตน

ต่อมาเมื่อมาถึงห้องพัก นางคำอิง ได้ดื่มเบียร์ไป 1 ขวด และได้พูดคุยกับตน บอกว่าอยากให้ตนเป็นแฟน เพราะมีความรู้สึกดีด้วย เนื่องจากชอบตนที่เป็นคนขยัน ใจดี มีน้ำใจ แต่ตนไม่ได้รู้สึกแบบนั้นกับ นางคำอิง และไม่ได้ชอบผู้หญิง จึงปฏิเสธที่จะเป็นแฟนด้วย แต่นางคำอิงก็ไม่ยอมและยังคงขอให้ตนเป็นแฟน พร้อมกับมีการลวนลามตน และอยากมีอะไรกับตน แต่ตนไม่ต้องการ และได้ปฏิเสธ ทำให้นางคำอิงโมโห และมีการลงไม้ลงมือกัน ตนจึงพลั้งมือบีบคอนางคำอิงจนกระทั่งเสียชีวิต และเมื่อรู้ว่านางคำอิงเสียชีวิตก็เกิดความกลัวว่าจะถูกจับดำเนินคดี จึงได้นำร่างของ นางคำอิงผู้ตาย ไปไว้ในห้องน้ำ แล้วทำการปิดห้องเพื่ออำพรางก่อนจะหลบหนี

ต่อมาตนได้ขับรถจักรยานยนต์ออกจากห้องพักและได้มีการติดต่อกับคนรู้จักที่รับจ้างพาคนเดินทางออกนอกประเทศ และตนได้เดินทางไปที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อขึ้นรถตู้เดินทางออกนอกประเทศไปยังเมียนมา หลังจากนั้นตนก็กลับไปอยู่ที่บ้าน และต่อมาได้ถูกเจ้าหน้าที่ตามจับกุมตัวก่อนที่จะถูกส่งตัวกลับมาถึงยัง จ.เชียงใหม่ เมื่อเช้าวันนี้ ส่วนกรณีที่ตนปฏิเสธว่าไม่ได้ก่อเหตุตลอดที่ถูกจับกุมตั้งแต่ครั้งแรกเพราะตนกลัวความผิด และกลัวว่าจะไม่ถูกส่งตัวกลับมาที่ประเทศไทย จนกระทั่งได้ถูกส่งตัวมา จึงยอมรับสารภาพทั้งหมด

ขณะที่หลังการสอบปากคำ นายจายสู้ เสร็จสิ้น ทางด้าน พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่คนร้ายได้หลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มีการระดมกำลังในการติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ ทั้งในพื้นที่และมีการประสานความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน จนกระทั่งจับกุมตัวได้ แม้ว่าคนร้ายจะหลบหนีไปยังพื้นที่รัฐฉาน ประเทศเมียนมา ที่ต้องใช้เวลาในการเดินทางจากท่าขี้เหล็ก ไปถึงเขตอำเภอเมืองกึ๋ง ในจังหวัดลอยแหลม ทางตอนใต้ของรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ถึงประมาณ 3 วัน

โดยในส่วนของผู้ต้องหาในวันนี้ก็ได้ให้การรับสารภาพแล้วทั้งหมด โดยที่ก่อนหน้านี้ได้ให้การปฏิเสธมาโดยตลอดในช่วงระหว่างที่ถูกจับกุมอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเจ้าตัวบอกว่ากลัวความผิดจึงหลบหนี และได้โยนความผิดให้กับ นายจายอ่อง แฟนผู้ตายว่าเป็นคนก่อเหตุ แต่ด้วยหลักฐานที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีทั้งหมดจึงทำให้สามารถจับกุมตัว นายจายสุ้ได้ในที่สุด แม้ว่าจะทำการหลบหนีข้ามชายแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้านแล้วก็ตาม

ร่วมแสดงความคิดเห็น