ร้องศูนย์ดำรงธรรมฯ เอาบ้านในโครงการบ้านจัดสรรย่านหนองหอยให้เช่ารายวัน อำเภอเมืองเชียงใหม่ สนธิกำลังลงพื้นที่ตรวจ เจอจะจะต่างชาติ 3 ราย พักในบ้าน จอง-จ่าย ค่าที่พักผ่าน Airbnb เข้าพัก 4 วัน เจ้าของบ้านอ้าง ให้คนจีนเช่ารายปี แต่แอบนำไปเช่าต่อ และขณะนี้ติดต่อผู้เช่าไม่ได้ รวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดี ด้านผู้เช่าต่างชาติทั้ง 3 ราย เบื้องต้นผิดไม่ปฎิบัติตามกฎหมายคนเข้าเมือง
วันที่ 10 มิถุนายน 2569 ที่โครงการหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลหนองหอย อ.เมืองเชียงใหม่ ภายใต้การอำนวยการของ นายวรุตม์ วิศิษฏ์ศิลป์ นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการอำเภอเมืองเชียงใหม่ นำโดย นายธันยา สุธาพันธ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง และ นายจารุต มีสมศักดิ์ ปลัดอำเภอฝ่ายอำนวยความเป็นธรรม พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) บูรณาการร่วมกับ เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรแม่ปิง เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลหนองหอย ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามเรื่องร้องเรียนที่ได้รับผ่านศูนย์ดำรงธรรมอำเภอเมืองเชียงใหม่ กรณีมีการนำบ้านพักอาศัยภายในโครงการหมู่บ้านจัดสรรฯ มาปล่อยเช่าในลักษณะรายวันโดยไม่ได้รับอนุญาติก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่
ทั้งนี้มีรายงานผลการตรวจสอบเจ้าหน้าที่พบว่า บ้านเป้าหมายตามร้องอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลหนองหอย ซึ่งเป็นบ้านในโครงการบ้านจัดสรรฯ มีลักษณะเข้าข่ายการนำมาใช้ประกอบกิจการให้เช่าที่พักรายวัน โดยขณะเข้าตรวจสอบพบชาวต่างชาติ จำนวน 3 ราย พักอาศัยอยู่ภายในบ้านดังกล่าว ซึ่งให้ข้อมูลว่าได้ทำการจองและชำระค่าที่พักผ่านแพลตฟอร์ม Airbnb และเข้าพักตั้งแต่วันที่ 7 – 10 มิถุนายน 2569
คณะเจ้าหน้าที่ได้สอบถามข้อมูลจากนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งได้รับแจ้งว่า นิติบุคคลได้ประชาสัมพันธ์และแจ้งให้เจ้าของบ้านทุกหลังทราบมาโดยตลอดว่า การนำบ้านพักอาศัยมาปล่อยเช่ารายวันอาจเข้าข่ายการประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต และหากประสงค์จะดำเนินกิจการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับที่พักอาศัย จะต้องดำเนินการขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ต่อมา นิติบุคคลได้ประสานเจ้าของบ้านดังกล่าวให้มาพบเจ้าหน้าที่ โดย นายเอ(นามสมมุติ) ได้แสดงตนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์บ้านหลังดังกล่าว และให้ข้อมูลว่าได้ทำสัญญาให้บุคคลสัญชาติจีนเช่าบ้านเป็นรายปี แต่ผู้เช่าได้นำบ้านไปปล่อยเช่ารายวันต่อให้แก่นักท่องเที่ยว ซึ่งตนไม่ทราบและปัจจุบันไม่สามารถติดต่อผู้เช่าได้
คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ขอรับสำเนาสัญญาเช่า และเอกสารที่เกี่ยวข้องจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบการพิจารณา ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน และดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิดต่อไป
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบยังพบว่ามีคนต่างชาติเข้าพักอาศัยในสถานที่ดังกล่าว แต่ไม่ได้แจ้งต่อพนักงาน จึงเป็นความผิดตามมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ซึ่งกำหนดให้เจ้าบ้าน เจ้าของเคหสถาน ผู้ครอบครองเคหสถาน หรือผู้จัดการโรงแรมที่รับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย ต้องแจ้งการเข้าพักต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่เวลาที่คนต่างด้าวเข้าพักอาศัย




ร่วมแสดงความคิดเห็น