อะโวคาโดไร่ “ลุงธร” รับทรัพย์ หลังพ่อค้าเหมาทั้งสวน สะท้อนความสำเร็จพืชเศรษฐกิจเมืองพบพระ

จ.ตาก จากทหารผ่านศึกสู่เจ้าของสวนอะโวคาโด 15 ไร่ “ลุงธร” รับทรัพย์ 7 แสนบาท หลังพ่อค้าเหมาผลผลิตทั้งสวน สะท้อนความสำเร็จพืชเศรษฐกิจเมืองพบพระ

เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานเรื่องราวของความอดทนและการไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาของ “ลุงธร” หรือ นายสาธร ย่วนพงศ์ อายุ 67 ปี อดีตทหารผ่านศึกนอกประจำการ อยู่บ้านทหารผ่านศึก หมู่ 4 ต.รวมไทยพัฒนา อ.พบพระ จ.ตาก กำลังกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับเกษตรกรในพื้นที่ หลังสามารถพลิกผืนดินที่ได้รับการจัดสรรจากภาครัฐ สร้างสวนอะโวคาโดคุณภาพจนมีพ่อค้าเข้ามาเหมาผลผลิตทั้งสวน เนื้อที่ 15 ไร่ จำนวนต้นให้ผลผลิตกว่า 350 ต้น คิดเป็นมูลค่ากว่า 700,000 บาท

ลุงธร เล่าว่า ครอบครัวได้รับการจัดสรรที่ดินทำกินจำนวน 20 ไร่ พร้อมบ้านพัก 1 หลัง จากกองทัพภาคที่ 3 ภายใต้โครงการจัดสรรพื้นที่ทำกินและที่อยู่อาศัยพบพระ (โครงการ พพพ.) ตั้งแต่ปี พ.ศ.2532 เพื่อให้ทหารผ่านศึกและครอบครัวมีที่อยู่อาศัยและมีอาชีพที่มั่นคง ในช่วงแรก หน่วยงานภาครัฐได้สนับสนุนกล้าไม้เศรษฐกิจหลายชนิด ทั้งอะโวคาโด มะม่วง ลำไย และกาแฟ ให้เกษตรกรนำไปปลูกในพื้นที่ ลุงธรจึงปลูกข้าวโพดและพริกเป็นพืชหลักสร้างรายได้ ส่วนต้นอะโวคาโดปลูกแซมไว้ภายในสวน โดยไม่ได้คาดคิดว่าจะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญในอนาคต

“เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 4-5 ปี ต้นอะโวคาโดเริ่มให้ผลผลิต แต่ในขณะนั้นตลาดยังไม่รู้จักผลไม้ชนิดนี้มากนัก ทำให้ขายไม่ได้ราคา บางปีไม่มีพ่อค้าเข้ามารับซื้อ ต้องนำผลอะโวคาโดจำนวนมากไปเป็นอาหารเลี้ยงหมู เพราะไม่สามารถระบายผลผลิตได้ แม้ต้องเผชิญกับปัญหาด้านตลาด แต่ลุงธรยังคงดูแลต้นอะโวคาโดอย่างต่อเนื่อง พร้อมศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับสายพันธุ์ที่เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ก่อนตัดสินใจนำยอดพันธุ์ดีมาเปลี่ยนสายพันธุ์บนต้นเดิม ส่งผลให้คุณภาพผลผลิตดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งขนาดผล เนื้อสัมผัส ความมัน และรสชาติ”

“ปัจจุบันสวนลุงธรปลูกอะโวคาโดหลากหลายสายพันธุ์ โดยสายพันธุ์หลักที่สร้างรายได้ ได้แก่ บัคคาเนีย, พบพระ 08 และบูธ 7 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมสูงในตลาด เนื่องจากมีเนื้อแน่น เปอร์เซ็นต์เนื้อสูง รสชาติมันอร่อย และสามารถเก็บรักษาได้นาน”

“ตลอดช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา กระแสการบริโภคอะโวคาโดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับผลผลิตจากสวนลุงธรมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ ทำให้มีพ่อค้าเดินทางเข้ามารับซื้อถึงสวน และในปีนี้ได้เหมาผลผลิตทั้งหมดในราคา 700,000 บาท สร้างความภาคภูมิใจให้กับเจ้าของสวนเป็นอย่างมาก”

ลุงธร กล่าวว่า ไม่เคยคิดมาก่อนว่า ต้นอะโวคาโดที่ครั้งหนึ่งเคยขายไม่ได้จนต้องนำไปเลี้ยงหมู จะกลายเป็นพืชที่สร้างรายได้หลักให้กับครอบครัวในปัจจุบัน ความสำเร็จที่เกิดขึ้นมาจากความอดทน การเรียนรู้ และการพัฒนาสายพันธุ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาด

ความสำเร็จของอดีตทหารผ่านศึกผู้นี้ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของอะโวคาโดในฐานะพืชเศรษฐกิจสำคัญของอำเภอพบพระ จากพืชทางเลือกในอดีต สู่ “ทองคำสีเขียวแห่งเมืองพบพระ” ที่กำลังสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิต ให้กับเกษตรกรจำนวนมากในพื้นที่ชายแดนจังหวัดตาก

ทุกวันนี้ สวนอะโวคาโดของลุงธรไม่เพียงเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้ครอบครัวเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวอย่างของการใช้โอกาสที่ได้รับจากโครงการภาครัฐ มาพัฒนาต่อยอดจนประสบความสำเร็จ และเป็นแรงบันดาลใจให้เกษตรกรรุ่นใหม่หันมาศึกษา และพัฒนาพืชเศรษฐกิจมูลค่าสูงเพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงต่อไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น