ปภ. วางมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุดรอบพื้นที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ระดมกำลังเฝ้าระวังอัคคีภัยและภัยอื่นอย่างเข้มข้น พร้อมสนับสนุนดูแลพื้นที่สำคัญ กรณีทุจริตสอบท้องถิ่น
วันนี้ 29 มิ.ย. 69 เวลา 11.45 น. ณ ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มอบหมายให้ นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานประชุมการป้องกันอุบัติภัยและความปลอดภัยอื่น ๆ ตามข้อสั่งการของปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กำหนดมาตรการป้องกันอุบัติภัยและความปลอดภัยอื่นๆ ขั้นสูงสุด บริเวณพื้นที่ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เขตดุสิต กรุงเทพฯ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เข้าตรวจค้นและจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น และพื้นที่ดังกล่าวมีเอกสารพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก
ซึ่งกรม ปภ. ได้กำหนดมาตรการป้องกันอุบัติภัยและความปลอดภัยอื่นๆ ขั้นสูงสุด ได้แก่ มาตรการเตรียมพร้อมด้านความปลอดภัยดูแลอาคารสถานที่ โดยได้สำรวจกล้องวงจรปิด CCTV ที่ติดตั้งในพื้นที่ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่เชื่อมต่อกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งใช้งานได้ตามปกติทุกจุด พร้อมสั่งการเจ้าหน้าที่สำรวจจุดอับ หากพบให้พิจารณาปรับจุดติดตั้ง CCTV ให้เหมาะสม ส่วนระบบการแจ้งเตือนเหตุไฟไหม้และถังดับเพลิงเคลื่อนที่ของ ปภ. สามารถใช้งานได้ทุกจุด นอกจากนี้ยังได้จัดเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) ทั้งจากส่วนกลาง และระดมกำลังเพิ่มเติมจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 1 ปทุมธานี เพื่ออยู่เวรเฝ้าระวังความปลอดภัยในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งกำชับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจตราอาคารหลักที่สำคัญ เพื่อเฝ้าระวังเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ รวมถึงวางแผนระบบสื่อสารให้สามารถติดต่อแจ้งเหตุได้อย่างรวดเร็ว
ในส่วนของมาตรการเตรียมความพร้อมการป้องกันและระงับอัคคีภัย ปภ. ได้นำเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพร้อมรถบรรทุกน้ำดับเพลิง ขนาด 10,000 ลิตร จอดประจำที่บริเวณหน้าอาคารของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงนำรถกู้ภัยเคลื่อนที่เร็ว อุปกรณ์ดับเพลิง และไฟส่องสว่างแบบตั้งพื้นมาประจำในพื้นที่เพื่อให้พร้อมควบคุมหากเกิดเหตุเพลิงไหม้ พร้อมระดมกำลังจากกองอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) กรมการปกครอง ร่วมเฝ้าระวังความปลอดภัยตามแผนป้องกันและระงับอัคคีภัยของหน่วยงาน ทั้งในเวลาราชการและนอกเวลาราชการอย่างเคร่งครัด โดยหากเกิดเหตุเพลิงไหม้ต้องแจ้งเหตุอย่างรวดเร็ว รวมถึงกำชับหน่วยงานซักซ้อมการอพยพเจ้าหน้าที่หากเกิดเหตุฉุกเฉิน นอกจากนี้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ยังเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังเหตุสาธารณภัยอื่นในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลให้มีประสิทธิภาพควบคู่กันด้วย เพื่อสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นในการบริหารราชการให้แก่ประชาชน และสนับสนุนกระบวนการทางกฎหมายให้เป็นไปอย่างโปร่งใส




ร่วมแสดงความคิดเห็น