นายกฯ อบต.แม่สามแลบ เดินทางเข้ากรุงเทพฯ มุ่งหมาย กระทรวงคมนาคม ทวงแก้ไขปัญหาถนน มส.3004 โคลนเลน อันตราย หลังได้ยื่นเรื่องผ่าน สส.สมบัติ ยะสินธุ์ ไปแล้วก่อนหน้านี้
วันนี้ 29 มิถุนายน 2569 นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เผยว่าได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ติดตามเรื่องที่กระทรวงคมนาคม เพื่อเร่งแก้ถนน มส.3004 ที่เป็นโคลนเลน หวั่น นทท.-รถพยาบาล เข้าพื้นที่ไม่ได้ หลังจากได้มีการ ยื่นหนังสือด่วน ผ่าน สส.สมบัติ ยะสินธุ์ สส.แม่ฮ่องสอน เขต 2 พรรคภูมิใจไทย ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา โดยขอให้เร่งแก้ไขปัญหาถนนทางหลวงชนบท มส.3004 แยก ทล.105 – แม่สามแลบ หลังฝนตกหนักทำให้ถนนดินลูกรังกลายเป็นโคลนเลน ร่องลึก เสี่ยงอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
โดยนายพงษ์พิพัฒน์ กล่าวว่า ถนนสาย มส.3004 เป็นถนนสายหลักที่ใช้สัญจรผ่านหมู่บ้าน โรงเรียน รพ.สต. และส่วนราชการต่างๆ ในพื้นที่ ต.แม่สามแลบ และ ต.สบเมย อีกทั้งยังเป็นเส้นทางหลักไปยังแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง “จุดชมวิวสองแผ่นดิน ดอยกลอเซโล” ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาตลอดทั้งปี ปัจจุบันถนนสายดังกล่าวฯยังไม่เป็นคอนกรีตตลอดทั้งสาย ยังเหลืออีก 3 ช่วงที่สร้างความเดือดร้อนหนักในทุกฤดูฝน ได้แก่ ช่วงบ้านแม่สามแลบ – ก่อนถึงด่านทหารพราน บ้านแม่ปัว ช่วงเลยบ้านสิวาเดอ – บ้านห้วยแห้ง และ ช่วงบ้านห้วยกระต่าย – บ้านแม่ลามาน้อย พอเข้าหน้าฝน ถนนจะลื่นมาก และมีร่องลึก น้ำขังเป็นโคลน รถธรรมดาไม่สามารถสัญจรได้เลย ซึ่งในบางปีเกิดดินสไลด์ปิดทับเส้นทาง ถนนทรุด ต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะเปิดทางได้ ที่น่าห่วงที่สุดคือเวลามีผู้ป่วยฉุกเฉิน ต้องส่งตัวไป รพ.สบเมย หรือ รพ.แม่สะเรียง รถวิ่งสัญจรไม่ได้ เคยมีผู้ป่วยเสียชีวิตระหว่างทางมาแล้ว
พร้อมกันนี้ นายกแม่สามแลบ ได้ยื่น 2 ข้อเสนอ เร่งด่วน-ระยะยาว ในการแก้ไขปัญหาเส้นทางดังกล่าวดังนี้ การแก้ไขเฉพาะหน้าเร่งด่วนในฤดูฝนนี้ ขอให้กรมทางหลวงชนบทนำเครื่องจักรเข้าปรับเกรด นำหินคลุกและลูกรังมาลงเสริมจุดที่เป็นร่องลึก จุดน้ำขัง พร้อมเปิดทางระบายน้ำ เพื่อให้ประชาชนสัญจรได้ปลอดภัยชั่วคราว ในส่วนของการแก้ไขระยะยาว ขอสนับสนุนงบประมาณเพื่อยกระดับถนน 3 ช่วงที่เหลือให้เป็นถนนคอนกรีตมาตรฐาน เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ปัญหานี้เกิดทุกปี หน้าฝนเป็นโคลนเลน หน้าแล้งเป็นฝุ่น กระทบสุขภาพและความปลอดภัยของชาวบ้าน โดยหน่วยงานในพื้นที่เคยแจ้งไปหลายครั้งแต่ได้รับคำตอบว่าไม่มีงบประมาณ ล่าสุด ผมจึงทำหนังสือร้องเรียนถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 และได้ยื่นผ่าน สส.สมบัติ ยะสินธุ์ อีกทางหนึ่ง สิ้นเดือนนี้ผมจะเดินทางไปติดตามเรื่องที่กระทรวงคมนาคมด้วยตัวเอง” นายพงษ์พิพัฒน์กล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ ถนน มส.3004 ถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ทั้งด้านการดำรงชีวิตของประชาชน การปฏิบัติงานของส่วนราชการ และการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ที่ควรได้รับการปรับปรุงแก้ไขให้สามารถสัญจรได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน





ร่วมแสดงความคิดเห็น