รอง ผวจ.แม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ติดตามตรวจเยี่ยมความพร้อมของเครื่องจักร และความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่งานป้องกันฯ เน้นย้ำในการเตรียมความพร้อมเฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม
วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ติดตามตรวจความพร้อมของเครื่องจักร และความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่งานป้องกันฯ ของเทศบาลตำบลแม่ยวม โดยมี นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง นายจำลอง ศรีสวัสดิ์ นายกเทศมนตรีตำบลแม่ยวม ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่งานป้องกันเทศบาลตำบลแม่ยวม ร่วมให้การต้อนรับและร่วมรับการตรวจเยี่ยม ณ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลแม่ยวม อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
ในโอกาสนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ร่วมรับฟังปัญหา ข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานในพื้นที่ จากผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมทั้งได้มีข้อสั่งการ โดยให้เตรียมการรับมือเหตุน้ำป่าหลาก ดินโคลนถล่ม ในช่วงวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ที่จะถึงนี้ ตามข้อสั่งการชี้เป้าแจ้งเตือนภัยของการประชุมคณะทำงานวิเคราะห์ และติดตามสถานการณ์การป้องกัน และแก้ไขปัญหาอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มจังหวัดแม่ฮ่องสอน ปี 2569 ครั้งที่ 4/2569 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์สถานการณ์สภาพอากาศ และการชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ระหว่างวันที่ 1 – 7 ก.ค. 2569 จะมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความชื้นในดินที่สะสมสูง ทำให้ในวันที่ 4 ก.ค. 2569 มีพื้นที่เสี่ยงมาก ได้แก่ อ.แม่ลาน้อย, อ.แม่สะเรียง, อ.สบเมย วันที่ 5 ก.ค. 2569 มีพื้นที่เสี่ยงมาก ได้แก่ อ.แม่สะเรียง, อ.สบเมย วันที่ 6 ก.ค. 2569 มีพื้นที่เสี่ยงมาก ได้แก่ อ.ขุนยวม, อ.แม่สะเรียง, อ.สบเมย และวันที่ 7 ก.ค. 2569 มีพื้นที่เสี่ยงมาก ได้แก่ อ.ปาย, อ.ปางมะผ้า, อ.เมืองแม่ฮ่องสอน, อ.แม่ลาน้อย, อ.แม่สะเรียง, อ.สบเมย
โดย รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เน้นย้ำในการเตรียมความพร้อมเฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม พร้อมทั้งให้มีการรายงานปริมาณน้ำฝนในทุกวัน เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ และแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ให้มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันแก้ไขปัญหาดินโคลนถล่ม โดยให้มีการเตรียมความพร้อมทั้งกำลังคน เครื่องมือ เครื่องจักร และให้ดำรงการสื่อสารตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว เพื่อลดผลกระทบความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้เหลือน้อยที่สุด




ร่วมแสดงความคิดเห็น