สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมประชุม สภาพัฒนาเศษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พร้อมเสนอ 3 ประเด็นหลักถึงนายกรัฐมนตรี ที่จะมาประชุม ครม.สัญจรเชียงใหม่ หนุนอุโมงค์ เชียงใหม่-สะเมิง-แม่ฮ่องสอน และ ทบทวน งบพัฒนาจังหวัดแม่ฮ่องสอน จาก 300 ล้าน เหลือเพียงแค่ 40 ล้าน และทบทวน วีซ่านักท่องเที่ยว ให้เท่าเดิมคือ60 วัน
เมื่อวันนี้ ที่ 3 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.30 น. สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อรับฟังความคิดเห็น จากหน่วยงานและองค์กรภาคเอกชน เพื่อนำข้อมูลต่างและความต้องการของภาคเอกชน ไปนำเสนอกับทางนายกรัฐมนตรีที่จำนำคณะ ครม.สัญจร กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน1 ในห้วงเดือน สิงหาคม 2569 นี้
ทางสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยนายภานุเดชไชยสกูล ประธานสภาและนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้มอบหมายให้ นายสุเทพ กลิ่นกุหลาบไพร กรรมการสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน เข้าร่วมประชุม เพื่อนำเสนอข้อมูลให้กับทางสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ข้อนำเสนอถึงนายกรัฐมนตรี ที่จะเดินทางมาประชุม ครม. สัญจร กลุ่มภาคเหนือตอนบน1 ในห้วงเดือน สิงหาคม 2569นี้
มีอยู่ 3 ประเด็นด้วยกันคือ
ประเด็นที่1 ช่วยผลักดัน โครงสร้างพื้นฐานและระบบ โลจิสติกส์ (Logistic Road ) ขุดเจาะอุโมงสายเชียงใหม่-สะเมิง-แม่ฮ่องสอน
1.เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน
2.พัฒนาคุณภาพชีวิตของคนแม่ฮ่องสอน ที่เดินทางมายังพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น จาก 6 ชั่วโมง เหลือแค่ 2ชั่วโมง
3. สามารถประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง ในการเดินทาง
4. สามารถจัดส่งผู้ป่วยให้ถึงมือหมอเฉพาะทางได้ทันเวลา
5.ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาจังหวัดแม่ฮ่องสอนเพิ่มมากขึ้น และ ฯลฯ
ประเด็นที่ 2 ได้รับทราบจากทางการประชุมหลายเวทีในจังหวัดแม่ฮ่องสอนทราบว่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้รับงบประมาณในการบริหารงานการพัฒนาจังหวัดเหลือเพียงแค่ 40 ล้านบาทเท่านนั้นเองจาก เคยได้รับ ปีละ 300 บาท ซึ่งหายไปกว่า 260 ล้านบาท จึงขอให้ทางนายกรัฐมนตรี ทบทวน การตัดงบประมาณ ในการพัฒนาจังหวัดแม่ฮ่องสอน เนื่องจากจังหวัดแม่ฮ่องสอนยังต้องการการพัฒนาอีกหลายด้านหลายมิติ และเป็นจังหวัดที่ จนที่สุดในประเทศไทย และใช้ของแพงที่สุดในประเทศด้วย โดยเฉพาะน้ำมัน แพงที่สุดในประเทศ
ประเด็นที่3 ขอให้ทบทวนการยกเลิก visa ของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวในประเทศไทย เดิม 60 วันเหลือ 30วัน จนส่งผลกระทบ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอนโดยเฉพาะที่อำเภอปาย นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหายไปกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวในประเทศเดินทางไปเที่ยวภาคใต้ก่อนซึ่งอยู่นาน2-3สัปดาห์ ไม่มีเวลาขึ้นมาเที่ยวทางภาคเหนือ จะต้องเดินทาวกลับเพาะ วีซ่า หมดเวลา
อย่างไรก็ตามทางสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน เล็งเห็นถึงความสำคัญ ในการเดินทาง ระบบ โลจิสติกส์ และ งบประมาณแผ่นดินในการแก้ไขปัญหาพัฒนา โครงสร้างพื้นฐาน และพัฒนาคุณภาพชีวิตของคน ในพื้นที่ ซึ่งจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดที่มีประชาชนจนที่สุดในประเทศ และ ถนนในการเดินทางหมู่บ้าน ตำบล ยังเป็นถนนดิน ไม่สามารถเดินทางในฤดูฝน ดังนั้นจึงเรียกร้องให้ทางรัฐบาลพิจารณาเป็นกรณีพิเศษต่อไป





ร่วมแสดงความคิดเห็น