นักวิชาการ มรภ.เชียงราย หวั่นทรายขุดลอกปนเปื้อนสารหนู จี้ตรวจสอบก่อนนำไปใช้

นักวิชาการ มรภ.เชียงราย หวั่นทรายขุดลอกปนเปื้อนสารหนู จี้ตรวจสอบก่อนนำไปใช้ ขณะกรมเจ้าท่าย้ำขุดเพื่อระบายน้ำ-ความปลอดภัย พร้อมเปิดตรวจสอบโปร่งใส

เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณี สำนักงานพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 7 กรมเจ้าท่า เปิดจำหน่ายวัสดุที่ได้จากการขุดลอก ดินปนทรายและกรวด ปริมาณรวมกว่า 322,789.05 ลูกบาศก์เมตร แบ่งเป็น 8 กอง ซึ่งเป็นวัสดุที่ได้จากการขุดลอกงานจ้างก่อสร้างและบำรุงรักษาแม่น้ำโขง บริเวณทางเข้าท่าเทียบเรือเชียงแสนแห่งที่ 2 อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยมีการเปิดให้ผู้สนใจเข้าดูสถานที่และวันจำหน่ายไปเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา และภายหลังมีนักวิชาการออกมาแสดงความกังวลว่า วัสดุที่ขุดลอกขึ้นมาอาจมีการปนเปื้อนสารหนู หากนำไปจำหน่ายหรือใช้ประโยชน์โดยไม่ผ่านการตรวจสอบ อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในระยะยาว

ผศ.ดร.เสถียร ฉันทะ อาจารย์ประจำสาขาวิชาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ออกโรงเตือนกรณีการขุดลอกทรายในแม่น้ำโขงของกรมเจ้าท่าเพื่อนำออกมาจำหน่าย ชี้มีความเสี่ยงสูงต่อการปนเปื้อนของสารหนู (Arsenic) ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบคุณภาพก่อนนำไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ชุมชน

ผศ.ดร.เสถียร เปิดเผยว่า จากการติดตามและตรวจสอบข้อมูลการปนเปื้อนในแม่น้ำโขงมาอย่างต่อเนื่อง พบว่าตะกอนดินในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มการปนเปื้อนของสารหนูสะสมอยู่ ซึ่งเป็นประเด็นที่ทุกฝ่ายต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากการขุดลอกทรายย่อมต้องมีการดูดเอาตะกอนดินและสารปนเปื้อนขึ้นมาด้วย

“ข้อกังวลหลักคือเราไม่ทราบว่าทรายที่ถูกขุดขึ้นมานั้นมีค่าความเข้มข้นของสารหนูปนเปื้อนมากน้อยเพียงใด หากนำไปจำหน่ายหรือนำไปถมในพื้นที่ที่อยู่อาศัยโดยไม่มีการตรวจสอบตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพดินของกรมควบคุมมลพิษ อาจก่อให้เกิดผลกระทบสะสมต่อสุขภาพของประชาชนในระยะยาวได้” ผศ.ดร.เสถียร กล่าว

ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์การจัดการตะกอนดินนั้น มีระดับความปลอดภัยที่ชัดเจน หากสารหนูปนเปื้อนเกินกว่า 6 มก./กก. การนำไปใช้จะเริ่มมีข้อจำกัด และหากสูงถึงระดับ 26-500 มก./กก. จะไม่สามารถนำไปใช้ในพื้นที่ทั่วไปได้ ต้องนำไปฝังกลบตามหลักสุขาภิบาลเท่านั้น และหากเกินกว่า 500 มก./กก. จะถูกจัดเป็นของเสียอันตรายทันที

นักวิชาการรายนี้ยังย้ำทิ้งท้ายว่า การพัฒนาพื้นที่หรือการขุดลอกแม่น้ำต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ จึงขอให้กรมเจ้าท่าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการวิเคราะห์และเปิดเผยผลการตรวจสอบสารปนเปื้อนในทรายที่ขุดลอกอย่างโปร่งใส เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคและป้องกันมลพิษที่จะเกิดขึ้นในชุมชนต่อไป

ขณะที่ นายสุรนาท ศิริโชติ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาเชียงราย ได้ชี้แจงถึงกรณีการดำเนินโครงการขุดลอกทรายและดินตะกอนบริเวณแม่น้ำกก ว่าเป็นภารกิจหลักที่กรมเจ้าท่าต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อบำรุงรักษาลำน้ำที่ถูกประกาศให้เป็นร่องน้ำเศรษฐกิจ เพื่อให้เรือที่สัญจรไปมาสามารถเข้า-ออกได้อย่างปลอดภัย ไม่ประสบปัญหาเรือติดตื้น

นอกจากนี้ การขุดลอกบริเวณปากแม่น้ำยังมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำจากแม่น้ำกกสู่แม่น้ำโขง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูน้ำหลากที่มักจะมีการพัดพาตะกอนดินจำนวนมากมาทับถม ซึ่งการดำเนินการนี้จะช่วยให้การระบายน้ำทำได้สะดวกขึ้นและลดความเสี่ยงการเกิดอุทกภัยในพื้นที่

สำหรับปริมาณวัสดุที่ได้จากการขุดลอกนั้น นายสุรนาท ระบุว่ามีประมาณ 300,000 คิว โดยปัจจุบันพื้นที่สำหรับพักกองวัสดุมีจำกัดและเต็มพื้นที่ทั้งหมดแล้ว ทางสำนักงานจึงมีความจำเป็นต้องระบายวัสดุออกโดยการนำออกจำหน่ายผ่านกระบวนการประมูลตามระเบียบของทางราชการ ทั้งนี้ได้เปิดโอกาสให้หน่วยงานรัฐที่มีความประสงค์จะใช้ประโยชน์จากวัสดุขุดลอก สามารถยื่นเรื่องขอรับการสนับสนุนได้ที่สำนักงานฯ ซึ่งปัจจุบันมียอดความต้องการที่ค้างอยู่ประมาณ 500,000 – 600,000 คิว

ผอ.สำนักงานเจ้าท่าฯ ได้กล่าวยืนยันความโปร่งใสและสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนว่า วัสดุที่ผ่านการขุดลอกและนำไปจำหน่ายนั้น ส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้ในโครงการก่อสร้างภาครัฐ อาทิ การสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง และการทำถนนเท่านั้น ยืนยันไม่มีการนำออกไปจำหน่ายในตลาดทั่วไปอย่างแน่นอน

ในส่วนที่มีกระแสความกังวลเกี่ยวกับการปนเปื้อนของสารพิษในตะกอนทรายนั้น นายสุรนาท ระบุว่า ยินดีและพร้อมให้มีการตรวจสอบอย่างเต็มที่ เพื่อความโปร่งใสและเพื่อคลายความกังวลให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งการตรวจวัดจะช่วยให้ทราบถึงสถานการณ์และคุณภาพของวัสดุขุดลอกอย่างชัดเจน และเป็นการพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าการนำวัสดุไปใช้ประโยชน์ในงานก่อสร้างนั้นมีความปลอดภัยหรือไม่

ร่วมแสดงความคิดเห็น