คพ.ยังพบสารหนูเกินมาตรฐานในแม่น้ำกก-แม่น้ำสาย จ.เชียงราย

คพ.ยังพบสารหนูเกินมาตรฐานในแม่น้ำกก-แม่น้ำสาย จ.เชียงราย เร่งคุมตะกอนจากการขุดลอก ย้ำติดตามคุณภาพน้ำต่อเนื่อง

จ.เชียงราย เดินหน้าติดตามสถานการณ์การปนเปื้อนในลุ่มน้ำกก สาย รวก และโขง ควบคู่การเร่งขุดลอกลำน้ำเพื่อรองรับฤดูน้ำหลาก โดยกำหนดมาตรการบริหารจัดการตะกอนดินตามระดับความเสี่ยง พร้อมยืนยันจะติดตามคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง หลังผลตรวจล่าสุดของกรมควบคุมมลพิษยังพบสารหนูเกินค่ามาตรฐานในแม่น้ำกกและแม่น้ำสายหลายจุด

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เพจประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมกลุ่มย่อยคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบคุณภาพน้ำ เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในลุ่มน้ำกก สาย รวก และโขง โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกำหนดแนวทางบริหารจัดการตะกอนดินจากโครงการขุดลอกแม่น้ำ ซึ่งดำเนินการโดยกรมเจ้าท่า กรมชลประทาน หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และกองทัพภาคที่ 3

ที่ประชุมกำหนดแนวทางจัดการตะกอนแยกตามพื้นที่ โดยตะกอนจากแม่น้ำกกจะนำไปพักในพื้นที่ที่กำหนดก่อนขนย้ายไปยังจุดทิ้งดิน ตะกอนจากแม่น้ำสายจะบรรจุในถุง Big Bag เพื่อนำไปใช้เป็นแนวป้องกันน้ำท่วม ส่วนตะกอนจากแม่น้ำรวกจะนำไปบดอัดสร้างคันดินริมตลิ่ง

กรมควบคุมมลพิษประเมินว่าความเสี่ยงจากการสัมผัสสารหนูของผู้ปฏิบัติงานอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากระยะเวลาปฏิบัติงานค่อนข้างสั้น แต่ได้กำชับให้ใช้มาตรการป้องกันฝุ่นฟุ้งกระจายอย่างเข้มงวด ทั้งการฉีดพรมน้ำและคลุมกองตะกอนด้วยแผ่นพลาสติก พร้อมเร่งดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จก่อนช่วงน้ำหลาก ขณะที่จังหวัดเชียงรายยืนยันว่าจะติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง และบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อฟื้นฟูแหล่งน้ำและพื้นที่เกษตรให้กลับมาปลอดภัย

ด้านนายประเสริฐ จิตพลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวถึงกรณีการจำหน่ายทรายของสำนักงานเจ้าท่าเชียงรายว่า ทรายที่นำออกจำหน่ายเป็นทรายที่ขุดลอกไว้ตั้งแต่ปี 2564-2565 และถูกนำไปใช้ในงานก่อสร้างและเสริมตลิ่ง ส่วนผลการตรวจสอบเมื่อปี 2568 พบว่าทรายส่วนใหญ่ไม่พบการปนเปื้อน โดยบางจุดในแม่น้ำโขงพบสารหนูประมาณ 5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และบางจุดในแม่น้ำกกพบประมาณ 5-10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม

ขณะที่นายอาวีระ ภัคมาตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ปัจจุบันหน่วยงานยังไม่ได้รับการร้องขอให้เข้าตรวจสอบการปนเปื้อนของทรายจากหน่วยงานหรือเอกชน จึงยังไม่มีการตรวจอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม หากผู้ประกอบการหรือผู้ซื้อทรายต้องการตรวจสอบ หน่วยงานพร้อมให้บริการตรวจวิเคราะห์

นายอาวีระกล่าวว่า ผู้ซื้อสามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้โดยนำตัวอย่างทรายผสมน้ำแล้วใช้ชุดทดสอบ (Test Kit) หากต้องการผลที่มีความแม่นยำควรส่งตรวจในห้องปฏิบัติการ พร้อมอธิบายว่าโลหะหนักส่วนใหญ่จะเกาะอยู่กับตะกอนดินมากกว่าทราย และเมื่อกองทรายตากแดดเป็นเวลานาน สารบางชนิดอาจเปลี่ยนรูปเป็นชนิดที่มีความเป็นพิษลดลง อย่างไรก็ตาม พื้นที่กองเก็บทรายควรเฝ้าระวังการชะล้างของตะกอนลงสู่แหล่งน้ำผิวดินใกล้เคียง

ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 ยังระบุว่า ปัญหาการปนเปื้อนในลุ่มน้ำได้รับความสนใจจากหลายประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ โดยระหว่างวันที่ 17-18 กรกฎาคมนี้ จะนำผู้แทนองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) เข้าหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางจัดการมลพิษและความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม

วันเดียวกัน กรมควบคุมมลพิษเผยผลตรวจคุณภาพน้ำครั้งที่ 20 ในลุ่มน้ำกก สาย รวก และโขง พบว่าแม่น้ำกกยังมีสารหนูเกินค่ามาตรฐาน 7 จุด ได้แก่ บริเวณสะพานท่าตอน สะพานมิตรภาพแม่นาวาง สะพานมิตรภาพแม่ยาว-ดอยยาง สะพานข้ามแม่น้ำกก อำเภอเมืองเชียงราย สะพานเฉลิมพระเกียรติ 1 สะพานริมกก-เวียงเหนือรวมใจ และสะพานโยนกนาคนคร โดยมีค่าระหว่าง 0.011-0.019 มิลลิกรัมต่อลิตร สูงกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร

ส่วนแม่น้ำสายพบสารหนูเกินมาตรฐานทั้ง 3 จุดตรวจ ได้แก่ บ้านหัวฝาย สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 2 และบ้านป่าซางงาม อำเภอแม่สาย มีค่าระหว่าง 0.018-0.023 มิลลิกรัมต่อลิตร ขณะที่โลหะหนักชนิดอื่น ได้แก่ ตะกั่วและแมงกานีส อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกจุดตรวจวัด

สำหรับแม่น้ำรวกและแม่น้ำโขง ผลการตรวจคุณภาพน้ำล่าสุดอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกจุด และไม่พบสารหนูเกินค่ามาตรฐาน.

ร่วมแสดงความคิดเห็น