พลังเยาวชนภาคเหนือ ขับเคลื่อน พ.ร.บ. แอลกอฮอล์ฉบับใหม่ ร่วมตัดสินใจเคียงข้างผู้ใหญ่

พลังเยาวชนภาคเหนือ จับมือขับเคลื่อน พ.ร.บ. แอลกอฮอล์ฉบับใหม่ เสริมบทบาทสภาเด็กฯ เป็นหนึ่งใน “กรรมการควบคุมแอลกอฮอล์จังหวัด” เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่มี “ปากเสียง” ร่วมตัดสินใจเคียงข้างผู้ใหญ่ เพื่อปกป้องเยาวชนจากปัจจัยเสี่ยง ปกป้องสิทธิเด็ก พร้อมมุ่งขับเคลื่อนกิจกรรมรับฤดูกาลเข้าพรรษา วันงดดื่มสุราแห่งชาติ และวันเยาวชนแห่งชาติ

เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน (ขสย.) ร่วมกับ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภาคเหนือ และสภาเด็กและเยาวชนภาคเหนือ จัดเวที “สมัชชาสภาเด็กและเยาวชนภาคเหนือ” เพื่อเตรียมความพร้อมแกนนำเยาวชน 17 จังหวัดในการทำหน้าที่คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับจังหวัดตามกฎหมายใหม่

ในเวทีเสวนา นางอัญชัญ หวังระบอบ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดแพร่ และ นายสิงหนาท ทองเตี่ยง นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดแพร่ เข้าร่วมพบปะและเติมพลังให้น้องๆ เยาวชน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือตาม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) 9 หน่วยงานหลัก ที่ลงนามเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2568 เพื่อบูรณาการการทำงานลดปัจจัยเสี่ยง ทั้งเหล้า บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และอุบัติเหตุในกลุ่มเด็กและเยาวชนอย่างยั่งยืน

นางอัญชัญ หวังระบอบ ได้กล่าวเน้นย้ำถึงบทบาทของเยาวชนรุ่นใหม่ที่จะต้องเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนสังคม ขณะที่ นายสิงหนาท ทองเตี่ยง สนับสนุนให้เยาวชนใช้กลไกสภาเด็กฯ ในการสะท้อนปัญหาพื้นที่สู่ระดับนโยบาย ซึ่งสอดคล้องกับสาระสำคัญของ พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ที่กำหนดให้ประธานสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดเป็นคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับจังหวัดโดยตำแหน่ง ถือเป็นการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่มี “ปากเสียง” และสิทธิในการร่วมตัดสินใจเคียงข้างผู้ใหญ่เพื่อปกป้องเยาวชนจากปัจจัยเสี่ยง

นางกัญญานันท์ ตาทิพย์ ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภาคเหนือตอนบน เน้นย้ำถึงความสำคัญของ พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับ 2/2568 ที่กำหนดให้ประธานสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดเข้าดำรงตำแหน่งเป็น “คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับจังหวัด” โดยตำแหน่ง โดยระบุว่า นี่คือโอกาสสำคัญที่เยาวชนจะเข้าไปมีส่วนร่วมในเชิงนโยบาย ทั้งการเสนอความเห็น มาตรการเฝ้าระวัง และการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ แต่ที่ผ่านมาพบว่าแกนนำหลายจังหวัดยังไม่ทราบถึงสิทธินี้ หรือบางจังหวัดมีการประชุมไปแล้วแต่ยังไม่มีสัดส่วนเยาวชนเข้าร่วม จึงจำเป็นต้องเร่งติดตามหนังสือแต่งตั้งจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) เพื่อให้เสียงของเด็กและเยาวชนถูกรับฟังในที่ประชุมที่มีผู้ใหญ่เป็นส่วนใหญ่ได้อย่างเข้มแข็ง

ด้าน นางสาวปาริตา ไกรถิ่น (น้องฟาร์มี่) ประธานสภาเด็กและเยาวชนภาคเหนือ กล่าวเสริมถึงเจตนารมณ์ในการรวมพลังครั้งนี้ว่า เยาวชนภาคเหนือพร้อมทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการ “ปกป้องและคุ้มครอง” เพื่อนเยาวชนใน 17 จังหวัดให้พ้นจากปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน ทั้งแอลกอฮอล์ บุหรี่ไฟฟ้า และอุบัติเหตุ, โดยเวทีสมัชชาภาคนี้จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะการนำเสนอ (Advocacy) เพื่อให้เยาวชนกล้าที่จะลุกขึ้นมายืนยันสิทธิและสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยในชุมชน,, นอกจากนี้ยังมุ่งหวังให้เกิดการขับเคลื่อนงานที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 10 ปีของสภาเด็กฯ แห่งประเทศไทย เพื่อส่งต่อข้อเสนอจากพื้นที่ภาคเหนือเข้าสู่เวทีสมัชชาชาติในเดือนสิงหาคมนี้

สำหรับกิจกรรมรณรงค์ ที่ประชุมได้ระดมไอเดียเพื่อเตรียมขับเคลื่อน 2 แคมเปญใหญ่ ได้แก่ กิจกรรมวันงดดื่มสุราแห่งชาติและฤดูกาลงดเหล้าเข้าพรรษา (กรกฎาคม): เน้นการชวนเพื่อนเยาวชน “ลด ละ เลิก” และสร้างพื้นที่ปลอดภัยภายใต้แนวคิดเด็กนำเด็ก และแคมเปญใหญ่เดือนกันยายน (วันเยาวชนแห่งชาติ): การสร้าง Movement เชิงนโยบายระดับภาคเหนือ เพื่อแสดงพลังเยาวชนในการเท่าทันกลโกงธุรกิจเหล้า-บุหรี่ และการสื่อสารยุทธศาสตร์ภาคเหนือให้เป็นที่ประจักษ์

เวทีสมัชชาครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการให้ความรู้เรื่องกฎหมาย แต่คือการ “ติดอาวุธ” ให้ตัวแทนเยาวชน 17 จังหวัดภาคเหนือ มีความมั่นใจในการทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงที่มีพลัง เพื่อนำข้อเสนอจากการระดมสมองในครั้งนี้ไปนำเสนอต่อ เวทีสมัชชาชาติ ในเดือนสิงหาคม และบรรจุลงในยุทธศาสตร์ชาติของสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยต่อไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น