งาน “เลี้ยงน้ำชา พบปะ พูดคุย ประสาโหม๋เรา” ปี 2569 ระดมทุนช่วยเหลือสมาชิก

งาน “เลี้ยงน้ำชา พบปะ พูดคุย ประสาโหม๋เรา” ปี 2569 เสริมสร้างความสามัคคี ระดมทุนช่วยเหลือสมาชิก

สมาคมชาวปักษ์ใต้ภาคเหนือ จัดงาน “เลี้ยงน้ำชา ประจำปี 2569” สานสัมพันธ์พี่น้องชาวใต้ในภาคเหนือพร้อมระดมทุนช่วยเหลือสมาชิก บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและคึกคัก

วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.00 น.สมาคมชาวปักษ์ใต้ภาคเหนือ จัดงาน“เลี้ยงน้ำชา พบปะ พูดคุย ประสาโหม๋เรา” ประจำปี 2569 โดยมีว่าที่ร้อยตรีวินัย เทพเสนา นายกสมาคมฯ กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหาร สมาชิกสมาคม พี่น้องชาวปักษ์ใต้ที่พำนักอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่นและคึกคัก ณ โรงแรมเชียงใหม่รัตนโกสินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

ว่าที่ร้อยตรีวินัย เทพเสนา นายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ภาคเหนือ กล่าวว่า การจัดงาน “เลี้ยงน้ำชา พบปะ พูดคุย ประสาโหม๋เรา” ประจำปี 2569 เป็นกิจกรรมที่สมาคมจัดขึ้นเป็นประจำ เพื่อเปิดโอกาสให้พี่น้องชาวปักษ์ใต้ที่ประกอบอาชีพและใช้ชีวิตอยู่ในภาคเหนือ ได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สร้างความสัมพันธ์อันดี และเสริมสร้างความสามัคคีระหว่างสมาชิกให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

รายได้จากการจัดงาน และเงินสนับสนุนจากผู้มีจิตศรัทธาจะนำเข้าสู่กองทุนของสมาคม เพื่อใช้ในการช่วยเหลือสมาชิกและพี่น้องชาวปักษ์ใต้ที่ ประสบความเดือดร้อน เจ็บป่วย ประสบอุบัติเหตุ หรือ เสียชีวิต ตลอดจนสนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์และกิจกรรมสำคัญของสมาชิก อาทิ งานอุปสมบท งานมงคลสมรส และกิจกรรมด้านสาธารณกุศลต่างๆ เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ห่างไกลภูมิลำเนา

ภายในงานมีการจัดเลี้ยงน้ำชาพร้อมอาหารและขนมพื้นเมืองภาคใต้ อาทิ ขนมจีนน้ำยาใต้ หมูย่างเมืองตรัง ขนมเปี๊ยะจากอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ข้าวต้มมัด และอาหารว่างอีกหลากหลายรายการ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมนันทนาการ การขับร้องเพลง และการลีลาศ เพื่อสร้างความสุข ความสนุกสนาน และความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมงาน

การจัดงานในครั้งนี้ สะท้อนถึงบทบาทของสมาคมชาวปักษ์ใต้ภาคเหนือในการเป็นศูนย์กลางของการรวมพลังพี่น้องชาวใต้ในภาคเหนือ ทั้งด้านการสืบสานความสัมพันธ์อันดี การอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณี และการเป็นเครือข่ายในการดูแลช่วยเหลือสมาชิกและผู้ประสบความเดือดร้อน อันเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนชาวปักษ์ใต้ในภาคเหนือให้ยั่งยืนต่อไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น