คืบหน้าน้ำท่วมบ้านสบเปา-เวียงเชียงรุ้ง น้ำลดต่อเนื่อง จนท.ยังเฝ้าระวังใกล้ชิด

วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 พื้นที่อำเภอพญาเม็งรายมีฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดทั้งคืน สามารถวัดปริมาณน้ำฝนสะสมได้ถึง 181 มิลลิเมตร ส่งผลให้เมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. เกิดน้ำป่าไหลหลากจากพื้นที่ต้นน้ำเข้าท่วมบ้านสบเปา หมู่ที่ 7 ตำบลแม่เปา อ.พญาเม็งราย และบางพื้นที่ของ อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนประชาชน รวม 2 อำเภอกว่า 1,000 ครัวเรือน ถนนภายในหมู่บ้าน และพื้นที่การเกษตรหลายแห่ง โดยกระแสน้ำไหลเชี่ยวในช่วงแรก ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน

ภายหลังเกิดเหตุ ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทหาร ตำรวจ หน่วยกู้ภัย และจิตอาสา ได้ระดมกำลังเข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชน ขนย้ายสิ่งของขึ้นสู่ที่สูง อำนวยความสะดวกด้านการสัญจร และติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร เพื่อเตรียมให้การช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการ

ล่าสุด เมื่อเวลา 11.00 น. ระดับน้ำบริเวณวัดสบเปา ซึ่งเป็นจุดติดตามสถานการณ์สำคัญของพื้นที่ ลดลงอย่างต่อเนื่อง เหลือประมาณ 20 เซนติเมตร ส่งผลให้สถานการณ์โดยรวมเริ่มดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีน้ำท่วมขังในบางจุด และเจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าติดตามระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากสภาพอากาศยังคงมีโอกาสเกิดฝนตกเพิ่มเติม ซึ่งอาจทำให้ระดับน้ำเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

ด้าน ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 35 (ศบภ.นพค.35) สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ได้จัดกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว พร้อมด้วยเครื่องจักรกลและยุทโธปกรณ์ ครบมือ ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจเร่งด่วนในการกำจัดวัชพืช สิ่งกีดขวางทางน้ำ และเปิดเส้นทางน้ำที่อุดตัน บริเวณลำห้วยแม่สัก บ้านเหล่าเจริญราษฎร์ หมู่ที่ 11 ตำบลทุ่งก่อ อำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย ซึ่งส่งผลกระทบต่อการระบายน้ำและเสี่ยงต่อการเกิดน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตรและบ้านเรือนของประชาชน

อย่างไรก็ตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ติดตามประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างใกล้ชิด หากมีฝนตกหนักต่อเนื่องหรือพบความผิดปกติของระดับน้ำ ขอให้รีบแจ้งผู้นำชุมชนหรือหน่วยงานในพื้นที่ทันที เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการสัญจรผ่านพื้นที่เสี่ยงน้ำไหลหลากและกระแสน้ำเชี่ยว จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ร่วมแสดงความคิดเห็น