ภาคประชาสังคมเชียงของ ชงแผนเฝ้าระวังโลหะหนักแม่น้ำโขงเข้าที่ประชุมจังหวัด 20 ก.ค. หลังพบตะกอนดิน-ห่วงโซ่อาหารเริ่มปนเปื้อน เร่งบูรณาการทุกภาคส่วนรับมือ
ภาคประชาสังคมอำเภอเชียงของเตรียมเสนอ “แผนเฝ้าระวังความเสี่ยงการปนเปื้อนโลหะหนักในแม่น้ำโขงของอำเภอเชียงของ” ต่อที่ประชุมคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบคุณภาพน้ำแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย ครั้งที่ 5/2569 ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 หลังผลการติดตามสถานการณ์ร่วมกับนักวิจัยและชุมชนตลอดกว่า 6 เดือน พบการปนเปื้อนของโลหะหนักในตะกอนดินและเริ่มเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร แม้คุณภาพน้ำส่วนใหญ่ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 กลุ่มรักษ์เชียงของ เปิดเผยว่า แผนดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่างภาคประชาชน นักวิชาการ และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อสร้างระบบเฝ้าระวังและลดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนจากปัญหามลพิษข้ามพรมแดนในลุ่มน้ำโขง
นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว หรือ “ครูตี๋” ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ กล่าวว่า การดำเนินงานครั้งนี้เป็นการยกระดับจากความกังวลของประชาชนไปสู่การทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ แม้การแก้ไขปัญหาระหว่างประเทศจะต้องใช้เวลา แต่การป้องกันและเฝ้าระวังภายในพื้นที่สามารถดำเนินการได้ทันที โดยเครือข่ายชุมชนจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมข้อมูลการปนเปื้อนและแหล่งน้ำในพื้นที่ ส่งต่อให้จังหวัดเชียงรายใช้ประกอบการกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหา
พร้อมกันนี้ จะจัดทำ “แผนที่ความเสี่ยงชุมชน” ปักหมุดแหล่งน้ำประปาหมู่บ้านและแหล่งน้ำดื่ม เพื่อให้ประชาชนรับรู้สถานการณ์ และประสานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย พัฒนาระบบกรองน้ำ เช่น ระบบรีเวิร์สออสโมซิส (RO) และถ่านไบโอชาร์ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการอุปโภคบริโภค
ด้าน น.ส.สมพร เพ็งค่ำ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาระบบประเมินผลกระทบทางสุขภาพโดยชุมชน (สถาบัน HIA ชุมชน) ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า การเก็บตัวอย่างน้ำ ตะกอนดิน พืชผัก และสัตว์น้ำ ตั้งแต่พื้นที่อำเภอเชียงแสน เชียงของ และเวียงแก่น ตรวจวิเคราะห์โลหะหนัก 4 ชนิด ได้แก่ สารหนู ตะกั่ว ปรอท และแคดเมียม รวม 13 จุด พบว่าน้ำยังไม่เกินค่ามาตรฐาน แต่ผลการตรวจตะกอนดินพบหลายจุดมีการสะสมของโลหะหนัก โดย 3 จุดอยู่ในระดับอันตราย และอีกหลายจุดต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ผลตรวจยังพบว่า พืชผักส่วนใหญ่ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่พืชตระกูลมะเขือบางตัวอย่างตรวจพบสารตะกั่วเกินมาตรฐาน ขณะที่ปลาธรรมชาติในแม่น้ำโขงพบการปนเปื้อนของปรอท แม้ยังไม่เกินมาตรฐานด้านความปลอดภัยอาหาร แต่เนื่องจากปรอทสามารถสะสมในร่างกายได้ โดยเฉพาะปลานักล่า จึงจำเป็นต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง ส่วนปลาเลี้ยงในกระชังระบบปิดยังไม่พบการปนเปื้อน
น.ส.สมพร กล่าวว่า โครงการวิจัยได้รับการสนับสนุนจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) โดยใช้แนวคิด “วิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง” (Citizen Science) เปิดโอกาสให้ชุมชนใช้ชุดทดสอบภาคสนามตรวจคัดกรองคุณภาพน้ำ ก่อนส่งตัวอย่างที่มีความเสี่ยงเข้าสู่ห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อยืนยันผลอย่างเป็นทางการ
ด้านนายสุรเชษฐ์ พุ้ยน้อย นายอำเภอเชียงของ กล่าวว่า อำเภอเห็นด้วยกับการริเริ่มของภาคประชาชน และมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือในพื้นที่ ขณะนี้ได้ประสานโรงพยาบาลเชียงของเตรียมจัดตั้งคณะกรรมการดูแลคุณภาพแหล่งน้ำ นำฐานข้อมูลแหล่งน้ำชุมชนมาประเมินความเสี่ยง กำหนดมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และรองรับหากพบการปนเปื้อน เพื่อให้ทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนการคุ้มครองสุขภาพของประชาชนริมแม่น้ำโขงอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป.




ร่วมแสดงความคิดเห็น