ชาวบ้านปางช้างในแม่แตง กว่า 100 คน เดินทางชุมนุมยื่นหนังสือติดตามความคืบหน้า กรณี นายทุนอิ ถูกเจ้าหน้าที่ ตชด.33 ตั้งด่านทำร้ายจนสาหัส ด้านภรรยา ผู้เสียหายร่ำไห้ หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม ขณะที่ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ยืนยันดำเนินการตามความถูกต้อง ย้ำไม่มีการโอนเอนแม้อีกฝ่ายจะเป็นตำรวจ ล่าสุดมามอบตัวแล้ว 2 นาย และเตรียมมอบตัวเพิ่มที่เหลืออีก 3 นาย พร้อมขอเวลาสืบสวนข้อเท็จจริง ยินดีทำตามกระบวนการกฎหมายไม่มีข้อยกเว้น
เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (20 ก.ค.69) นานสมคิด กันทิยะ สส.เขต 5 เชียงใหม่ พรรคประชาชน เดินทางพา นางสุต๊ะ (ไม่มีนามสกุล) อายุ 37 ปี สัญชาติเมียนมา ภรรยาของ นายทุนอิ อายุ 36 ปี พร้อมด้วยชาวบ้านคนงานปางช้างในอำเภอแม่แตงและตัวแทนเกี่ยวข้อง จำนวนกว่า 100 คน มาที่ด้านหน้าอาคารอำนวยการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อยื่นหนังสือถึง ผบช.ภ.5 และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ในการขอความเป็นธรรมและขอให้เร่งดำเนินการติดตามคดี กรณีที่ นายทุนอิ สามีของตนเองได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการที่ช่วงค่ำคืนของวันที่ 14 ก.ค.69 ที่ผ่านมา นายทุนอิ ได้ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ซึ่งตั้งด่านบริเวณถนนหน้าโรงเรียนอนุบาลองค์การบริหารส่วนตำบลกี๊ดข้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ลักพาตัวไปพร้อมรถจักรยานยนต์จำนวน 1 คัน และต่อมาได้มีผู้พบนายทุนอินอนหมดสติอยู่ริมถนนสายบ้านช้าง-ปางไม้แดง โดยมีบาดแผลจากการถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง ปัจจุบันเข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ อยู่ในภาวะโคม่าและยังไม่รู้สึกตัว
และต่อมามีการนำเสนอข่าวพร้อมคลิปหลักฐานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลุ่มบุคคลที่ลักพาตัวและคาดว่าเป็นผู้ทำร้ายร่างกาย นายทุนอิ จนได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน สังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ทำให้เกิดความกังวลว่าการดำเนินคดีเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงมีการรวมตัวกันเพื่อยื่นหนังสือและติดตามความคืบหน้าของคดีนี้
ขณะที่ในการเดินทางมาชุมนุมกันของทางด้าน นางสุต๊ะ และชาวบ้านในวันนี้ ได้เป็นไปอย่างสงบ โดยต่อมาทาง พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้เป็นตัวแทนในการเข้ามารับทราบเรื่องและรับหนังสือร้องเรียนจากกลุ่มผู้ชุมนุมและ นางสุต๊ะ ภรรยาของ นายทุนอิ ผู้บาดเจ็บ พร้อมกับให้สัมภาษณ์กับทางสื่อมวลชนว่า เกี่ยวกับกรณีเหตุการณ์ที่าีคลิปปรากฏในสื่อโซเชียล และสื่อข่าวต่างๆ ที่เป็นเหตุการณ์มีผู้บาดเจ็บถูกทำร้ายและนำขึ้นท้ายรถกระบะ ขณะนี้ยังรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU และยังไม่สามรถให้ปากคำได้ โดยภายหลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจรับทราบเรื่องได้ทำการตรวจสอบ และทราบเบื้องต้นว่า เป็นการทำงานของชุดปฏิบัติการด้านยาเสพติดของตำรวจตระเวนชายแดง กองกำกับการที่ กองกำกับการที่ 33 ที่หลังจากมีการสอบปากคำพยานผู้บาดเจ็บที่เป็นพยานแวดล้อม และพยานบอกเล่า พร้อมกับการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ซึ่งอ้างว่าปฏิบัติหน้าที่ตรงจุดตรวจที่ทราบเบื้องต้นว่ามีอยู่ 5 นาย ที่ล่าสุดมี 2 นาย เดินทางมาแสดงตัวกับทางพนักงานสอบสวน สภ.แม่แตง และได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาเบื้องต้นในการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 (เจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต) ส่วนที่เหลืออีก 3 นาย ยังอยู่ในระหว่างการติดต่อเข้ามอบตัว
โดยทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจและได้ให้ความสำคัญกับเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ถึงแม้ว่าในส่วนของผู้เกี่ยวข้องในคดีนี้จะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และในขณะนี้ก็อยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ใช้เวลาประมาณ 30 วัน หลังจากนั้นจะมีการนำเรื่องส่ง ปปช. หากมีการทำร้ายร่างกายหรือมีการเรียกรับเงินก็ขอให้ทางผู้บาดเจ็บหรือทางญาติ แจ้งกับพนักงานสอบสวนได้ทันที และทางตำรวจยินดีที่จะดำเนินการให้ในทุกขั้นตอน
ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ระบุเพิ่มเติมว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่อีก 3 นาย ทราบเบื้องต้นว่าจะเดินทางเข้ามามอบตัวในวันนี้ (20 ก.ค.69) โดยในส่วนนี้ ทางด้าน พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5 ได้เดินทางไปที่ สภ.แม่แตง เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีด้วยตัวเอง โดยเบื้องต้นทราบว่าหัวหน้าหน้าชุดปฏิบัติหน้าที่ในวันเกิดเหตุมียศเป็นร้อยตำรวจเอก และจากการสอบสวนเบื้องต้น ได้ให้การว่า ได้ไปปฏิบัติหน้าที่จริงและนำพาผู้บาดเจ็บขึ้นท้ายรถ แล้วพลัดตกลงมา และเห็นว่าในขณะนั้นผู้บาดเจ็บไม่ได้บาดเจ็บมากจึงนำตัวผู้เจ็บไปไว้จุดที่พบร่าง ส่วนที่นำตัวผู้บาดเจ็บขึ้นรถ ได้ระบุว่า จะนำตัวกลับไปที่หน่วย โดยตรงส่วนนี้ก็เป็นการให้ปากคำ และยังไม่มีพยานปากอื่นทางเจ้าหน้าที่จึงได้รับฟังไว้ส่วนหนึ่ง
อย่างไรก็ตามในส่วนของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่ตอนนี้ยังไม่สามารถให้ปากคำได้ทำให้ยังไม่ทราบรายละเอียด และหากทราบว่าทางผู้บาดเจ็บสามารถให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ได้ ก็จะรีบเข้าไปดำเนินการสอบสวนในทันทีและจะทำให้สามารถดำเนินการส่วนอื่นๆ เพิ่มเติมได้ โดยยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทางตัวผู้บาดเจ็บอย่างถึงที่สุด
ขณะที่ทางด้าน นางสุต๊ะ ภรรยาของ นายทุนอิ ผู้บาดเจ็บ บอกว่า หลังจากที่ได้รับฟังจากปากของทางผู้บังคับบัญชา ตนก็รู้สึกสบายใจขึ้นและอยากให้มีการติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ถึงที่สุดเพราะตนรู้สึกว่าสิ่งที่สามีถูกกระทำนั่นมากเกินไป และตนก็เสียใจมากที่สามีต้องมาได้รับบาดเจ็บหนักในขณะนี้ และตนกลัวว่าหลังจากนี้สามีอาจจะกลับมาทำงานเช่นเดิมไม่ได้ และสามีก็เป็นเสาหลักของบ้านหาเลี้ยงครอบครัว ตนจึงอยากขอให้ทางสามีและครอบครัวได้รับความเป็นธรรมจากเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย





ร่วมแสดงความคิดเห็น