โรงแรมในเชียงใหม่ โพสต์ประสบการณ์เตือนภัยนักท่องเที่ยวจีนแสบ เข้าใช้บริการห้องพัก แหกกฎข้อบังคับโรงแรม ทั้งทำอาหาร/ตากผ้า ลากเก้าอี้ทำพื้นห้องไม้ปาเก้เป็นรอย หลังเรียกค่าเสียหาย/ค่าปรับ 7,000 กว่าบาท กลับขนข้าวของหนีหายตามตัวไม่ได้ ล่าสุดแจ้งความแต่ยังไร้วี่แวว
โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ย่าน ต.ไชยสถาน อ.สารภี จ.เชียงใหม่ โพสต์คลิปและแชร์เรื่องราวประสบการณ์ที่เกิดขึ้นภายในห้องพักของโรงแรม ภายหลังจากที่มีนักท่องเที่ยวชาวจีน ได้มีการจองบุ๊คกิ้งมาใน OTA และเข้าพักที่โรงแรมเป็นจำนวนประมาณ 10 วัน โดยในตอนแรกได้แจ้งกับทางโรงแรมเข้าพัก 2 คน แต่ตอนเข้าเช็คอิน กลับมีผู้ใหญ่เป็นหญิง 2 คน และเด็กผู้หญิงอีก 2 คน ที่อายุราวๆ ประมาณ 8-9 ขวบ ทางโรงแรมยังใจดีไม่เก็บเงินเพิ่มกับทางนักท่องเที่ยว แต่หลังจากนั้นกลับต้องมาประสบกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มนี้ ทั้งในเรื่องของการฝ่าฝืนกฎข้อบังคับของโรงแรม ที่เด็กมาตักอาหารของโรงแรมใส่จานไปทานที่ห้อง อีกทั้งยังมีการซักผ้า แล้วนำเก้าอี้ในห้องพักไปทำเป็นที่ตากผ้าตั้งกลางสนามหญ้าหลังห้อง รวมทั้งยังมีการลักลอบแอบทำอาหารในห้องพัก แม้ว่าทางพนักงานจะมีการแจ้งตักเตือนไปแล้วแต่หลังจากนั้นก็ยังแอบทำในตอนที่พนักงานไม่เห็นหรือแอบทำในตอนกลางคืน
นอกจากนี้ที่หนักที่สุดคือการนำเก้าอี้นอกระเบียงนำเข้าไปในห้องพัก มีการลากเก้าอี้ไปกับพื้นไม้ปาเก้ จนกระทั่งพื้นเป็นรอยเสียหายเป็นทางยาวหลายจุดในห้อง และเมื่อทางพนักงานของโรงแรมแจ้งค่าปรับ นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้กลับบ่ายเบี่ยงไม่ยอมชำระค่าปรับหรือค่าเสียหายที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด พร้อมกับมีข้อโต้แย้งต่างๆ กับทางโรงแรม แม้กระทั่งในเรื่องทำผ้าเช็ดเท้าของโรงแรมเปื้อนสกปรกที่อ้างว่าเป็นค่าทำความสะอาดที่รวมอยู่กับค่าห้อง หรือแม้กระทั่งการนำเก้าอี้ห้องพักไปตากผ้ากลางแจ้ง ก็อ้างว่าเป็นช่วงหน้าฝน ทำให้ผ้าไม่แห้ง แม้ทางโรงแรมจะแจ้งไปแล้วว่ามีบริการอบผ้าให้กับแขกที่เข้าพัก รวมถึงกรณีเรื่องการฝ่าฝืนกฎข้อบังคับต่างๆ อีกหลายเรื่อง
จนกระทั่งถึงวันใกล้เช็คเอาท์ ทางพนักงานของโรงแรมได้มีการเรียกเก็บค่าเสียหาย และค่าปรับรวมเป็นเงินประมาณเกือบ 7,000 กว่าบาท ที่ประกอบด้วยค่าพื้นห้องไม้ปาเก้ที่เป็นรอย 5,000 บาท , ค่าปรับฝ่าฝืนกฎโรงแรมอีก 2,000 บาท และผ้าพรมเช็ดเท้า 2 ผืน ผืนละ 300 บาท โดยทางฝ่ายนักท่องเที่ยวจีนที่ใช้บริการก็รับปากว่าจะมาชำระให้ก่อนเช็คเอาท์ ทางโรงแรมยังใจดียอมลดค่าปรับให้จากราคาเกือบ 7,000 หว่าบาท ให้เหลือเพียง 5,000 บาท แต่ปรากฏว่าในวันที่ 16 ก.ค.69 แขกนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มนี้กลับแอบขนข้าวของขึ้นรถออกจากโรงแรมไปโดยไม่ได้ชำระค่าปรับและค่าเสียหายตามที่ได้ตกลงกันไว้แต่อย่างใด ทางโรงแรมจึงต้องมีการนำหลักฐานไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.สารภี หลังจากทราบเรื่องแต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถติดตามตัวนักท่องเที่ยวจีนดังกล่าวได้
ล่าสุด ในวันนี้ (20 ก.ค.69) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังโรงแรมดังกล่าวที่เกิดเรื่อง เพื่อสอบถามกับทางพนักงานและผู้ดูแลโรงแรมแห่งนี้ พร้อมกับเข้าไปตรวจสอบห้องพักที่นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เข้าใช้บริการ พบว่าที่บริเวณพื้นห้องไม้ปาเก้หยังคงมีร่องรอยขีดเป็นทางยาว แม้ว่าทางพนักงานจะมีการเข้ามาทำความสะอาดในส่วนของห้องพักแล้วก็ตาม และยังไม่สามารถติดตามหานักท่องเที่ยวจีนดังกล่าวได้ แม้ว่าจะมีการแจ้งความหลังเกิดเหตุไปตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค.69 แล้วก็ตาม
ขณะที่ทางด้าน น.ส.ทิพวรรณ ร่มไม้เกตุ ตำแหน่ง manager housekeeping (แผนกแม่บ้าน) ของโรงแรม เผยว่า จุดที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดคือพื้นห้องที่เป็นไม้ปาเก้ เนื่องจากถูกลูกค้ากลุ่มนี้ใช้เก้าอี้ลากไปมาจนกลายเป็นรอยลึกที่ไม่สามารถทำให้หายได้ เนื่องจากเป็นรอยฝังลึกไปในเนื้อไม้ โดยในตอนที่แขกยังเข้าพักทางโรงแรมก็ได้มีการแจ้งให้ทราบแล้วว่าจะต้องมีการชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น และทางฝั่งลูกค้ายังแจ้งรับทราบมาโดยตลอด แต่ก็ไม่ปฏิบัติตาม และยังคงพบว่ามีร่องรอยใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกเรื่อยๆ จนกระทั่งมีการแจ้งยอดชดใช้ค่าเสียหายเฉพาะในส่วนของพื้นไม้ปาเก้ประมาณ 5,000 บาท ซึ่งทางลูกค้ายังยืนยันว่าจะดำเนินการจ่ายให้ในวันเช็คเอาท์ในวันที่ 16 ก.ค.69 แต่เมื่อถึงวันดังกล่าว ลูกค้าจีนกลุ่มนี้ก็พากันออกจากโรงแรมไปโดยไม่มีการแจ้งให้ทราบแต่อย่างใด จนตอนนี้ก็ยังไม่ได้รับชดใช้ค่าเสียหาย และไม่ได้รับการติดต่อกลับมาจากลูกค้านักท่องเที่ยวแต่อย่างใด โดยตนคาดว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้น่าจะยังอยู่ในพื้นที่เชียงใหม่ แต่ไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน ซึ่งทางตนก็อยากฝากถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ว่า อยากให้กลับมารับผิดชอบในเรื่องของค่าเสียหายดังกล่าว และไม่อยากให้ไปทำพฤติกรรมในลักษณะเช่นนี้ที่ไหนอีก
ส่วนกรณีที่ทางโรงแรมนำเรื่องราวไปโพสต์ลงในโซเชียลก็เพื่ออยากจะแชร์ประสบการณ์ และเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้ประกอบการและโรงแรมอื่นๆ ให้ระมัดระวังและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันกับโรงแรมของตัวเองขึ้นอีก โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก ซึ่งมีทั้งที่นักท่อวเที่ยวที่น่ารักและเคารพกฎข้อบังคับของโรงแรม แต่ก็มีบางกลุ่มอย่างเช่นเคสนี้ที่ทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมและทำให้ทางโรงแรมได้รับความเดือดร้อน





ร่วมแสดงความคิดเห็น