แม้สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) จะประกาศใช้แนวปฏิบัติว่าด้วยการแข่งขันทางการค้าบนแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2569 เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ประกอบการในการเลือกผู้ให้บริการขนส่ง แต่เสียงสะท้อนจากผู้ขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ยังคงชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า การเลือกบริษัทขนส่งยังไม่เกิดขึ้นจริงในทางปฏิบัติ
ประเด็นดังกล่าวกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังมีการตั้งข้อสังเกตว่า แม้กฎหมายจะมีผลใช้บังคับแล้ว แต่ระบบของบางแพลตฟอร์มยังคงกำหนดผู้ให้บริการขนส่งผ่านระบบอัตโนมัติ ผู้ขายจึงไม่สามารถเลือกบริษัทขนส่งที่เหมาะสมกับการบริหารจัดการของร้านได้ด้วยตนเอง
ก่อนหน้านี้ ได้มีการยื่นหนังสือถึงสำนักงาน กขค. เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ต้องการเปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการขนส่งสามารถแข่งขันกันได้อย่างเสรี อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่ปรากฏความคืบหน้าของการดำเนินการที่ชัดเจน
นอกจากข้อจำกัดในการเลือกผู้ให้บริการขนส่งแล้ว ผู้ประกอบการยังเผชิญภาระจากค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์มที่ทยอยปรับเพิ่มขึ้น ทั้งค่า GP ค่าธรรมเนียมการรับชำระเงิน ค่าโฆษณา และค่าใช้จ่ายจากกิจกรรมส่งเสริมการขาย ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจสูงขึ้น ขณะที่กำไรของร้านค้าลดลง แม้ยอดขายในหลายช่วงเวลาจะยังเติบโต
เรื่องสำคัญในเวลานี้ไม่ใช่การออกกฎระเบียบเพิ่มเติม แต่คือการทำให้กฎหมายที่ประกาศใช้แล้วสามารถบังคับใช้ได้จริง หากหน่วยงานกำกับดูแลสามารถผลักดันให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม จะช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการขนส่งแข่งขันด้านคุณภาพและราคา ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็จะมีทางเลือกในการบริหารต้นทุนมากขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดย่อมส่งผลดีต่อผู้บริโภคและการพัฒนาระบบอีคอมเมิร์ซโดยรวม

ร่วมแสดงความคิดเห็น