จากการสอบถามญาติของผู้เสียชีวิต เล่าเหตุการณ์ว่า ปกติคุณยายเงาเป็นคนแข็งแรงและใช้ชีวิตอยู่บ้านตามปกติ แต่เนื่องจากมีความจำเป็นต้องเดินทางไปสแกนใบหน้าที่ธนาคารเพื่อยืนยันตัวตนในการรับสิทธิ์สวัสดิการรัฐประจำปี ทั้งที่เคยได้รับสิทธิ์ดังกล่าวอยู่แล้วในรอบก่อนหน้า จึงตัดสินใจเดินทางไปพร้อมกับกลุ่มชาวบ้านในหมู่บ้านตั้งแต่ช่วงเช้า เวลาประมาณ 07.00 น.
ต่อมา ทางญาติได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวร้ายว่า คุณยายเกิดอาการเป็นลมหมดสติบริเวณหน้า ธนาคาร ธ.ก.ส. จึงรีบเดินทางไปติดตามอาการที่โรงพยาบาล ก่อนจะพบว่าคุณยายได้เสียชีวิตลงในเวลาต่อมา แม้จะอยู่ในการดูแลของแพทย์แล้วก็ตาม ญาติเผยความรู้สึกด้วยน้ำเสียงสลดว่า การสูญเสียครั้งนี้เปรียบเสมือนการสูญเสียบุคคลสำคัญของครอบครัวไปอย่างไม่มีวันกลับ
ญาติและชาวบ้านในพื้นที่ร่วมกันสะท้อนถึงอุปสรรคในการเข้าถึงสิทธิ์ของรัฐบาลว่า ระบบการยืนยันตัวตนในปัจจุบันสร้างภาระอย่างหนักให้แก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และประชาชนในพื้นที่ห่างไกล โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีพาหนะส่วนตัว เนื่องจากในพื้นที่ไม่มีระบบขนส่งสาธารณะรองรับ จำเป็นต้องเหมารถเดินทางเข้าตัวอำเภอ โดยหากรวมกลุ่มกันไปหลายคน จะต้องหารค่าเหมาพาหนะตกคนละ 200 บาท แต่หากต้องเดินทางไปคนเดียว ค่าเหมาพาหนะอาจสูงถึง 700–800 บาท ซึ่งไม่คุ้มค่าสิทธิ์ที่ได้รับ เมื่อเปรียบเทียบกับวงเงินช่วยเหลือที่ได้รับเพียงเดือนละ 300 บาท จากเงินสวัสดิการดังกล่าว กระทั่งไม่เพียงพอจ่ายค่าเดินทาง และชาวบ้านต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเอง เพื่อไปยืนยันสิทธิ
ทั้งนี้ ชาวบ้านวอนไปยังภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ทบทวนและปรับปรุงกระบวนการยืนยันตัวตนและการลงทะเบียนสวัสดิการต่างๆ ให้มีความยืดหยุ่นและเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้พิการที่ไม่สะดวกเดินทาง “อยากฝากถึงภาครัฐให้ทำให้ง่ายขึ้น ไม่ต้องทำให้ลำบากจนต้องมาสูญเสียชีวิตกันแบบนี้ ในหมู่บ้านยังมีผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงอีกมาก อยากให้รัฐบาลอำนวยความสะดวก เข้ามาดูแลถึงพื้นที่ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุสลดซ้ำรอยอีก” ญาติผู้เสียชีวิตกล่าวทิ้งท้าย




ร่วมแสดงความคิดเห็น