รวบ 2 ผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์คาชายแดนน่าน หลอกเด็ก 13 ปี งัดตู้เซฟขโมยทองพ่อแม่ 70 บาท เตรียมเผ่นข้ามลาว

รวบ 2 ผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์คาชายแดนน่าน หลอกเด็ก 13 ปี งัดตู้เซฟขโมยทองพ่อแม่ 70 บาท เตรียมเผ่นข้ามลาว สารภาพตลอดข้อกล่าวหา

น่าน – ตำรวจชุดสืบสวนหลายหน่วยงานบูรณาการปฏิบัติการติดตามจับกุมผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 2 ราย ได้บริเวณหน้าโฮมสเตย์แห่งหนึ่งในพื้นที่บ้านเปียงซ้อ ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน หลังสืบทราบว่าหลบหนีมากบดานบริเวณชายแดนเพื่อเตรียมข้ามไปยัง สปป.ลาว ภายหลังก่อเหตุหลอกเด็กชายวัย 13 ปี นำทองคำรูปพรรณและทองคำแท่งของครอบครัวรวม 70 บาท ไปส่งมอบให้กับกลุ่มคนร้าย

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เวลา 12.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พล.ต.ต.ดเรศ กัลยา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน พล.ต.ต.พงษ์เดช คำใจสู้ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ พร้อมผู้บังคับบัญชาจากตำรวจภูธรจังหวัดน่าน จังหวัดแพร่ สภ.พานทอง สภ.เฉลิมพระเกียรติ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดน่าน และตำรวจตระเวนชายแดนที่ 325 ได้สนธิกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหา ได้แก่ นายณัฐ (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี และนางสาวดา (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี ชาวอำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว

การจับกุมเกิดขึ้นบริเวณหน้าห้องพักโฮมสเตย์แห่งหนึ่ง หมู่ 4 ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน หลังเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้ต้องหาตามหมายจับเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่บ้านเปียงซ้อและเข้าพักที่โฮมสเตย์ดังกล่าว เมื่อตรวจสอบพบชายมีลักษณะตรงตามหมายจับนั่งอยู่หน้าที่พัก จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ พบว่าเป็นนายณัฐ ซึ่งยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดชลบุรี ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น” พร้อมให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ก่อนควบคุมตัวพร้อมผู้ต้องหาอีก 1 ราย ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 เวลา 19.29 น. สภ.พานทอง จังหวัดชลบุรี รับแจ้งเหตุจากผู้เสียหายว่า บุตรชายอายุ 13 ปี ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งว่าเด็กมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีและต้องนำทรัพย์สินมาตรวจสอบ เด็กชายหลงเชื่อ จึงงัดตู้เซฟภายในบ้านนำทองคำรูปพรรณหนัก 30 บาท และทองคำแท่งหนัก 40 บาท รวมทองคำหนัก 70 บาท ไปส่งมอบให้กับคนร้ายตามจุดนัดหมาย ก่อนที่คนร้ายจะหลบหนีไป

หลังเกิดเหตุ ตำรวจ สภ.พานทอง ได้รวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลอนุมัติหมายจับ ก่อนประสานชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดน่านและจังหวัดแพร่ ร่วมกับ สภ.เฉลิมพระเกียรติ ติดตามเส้นทางหลบหนี กระทั่งพบว่าผู้ต้องหาหลบซ่อนตัวอยู่บริเวณชายแดนอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน เพื่อเตรียมหลบหนีออกนอกประเทศ จึงวางแผนเข้าจับกุมได้สำเร็จ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองราย พร้อมตรวจยึดของกลางที่เกี่ยวข้องกับคดี ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.พานทอง จังหวัดชลบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และเร่งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการรายอื่น รวมทั้งเส้นทางการเงินและทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดต่อไป.

ร่วมแสดงความคิดเห็น