กสทช.ลงพื้นที่เยี่ยม สวท.เชียงราย ติดตามมาตรฐานระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน ย้ำ “วิทยุ” ยังเป็นสื่อสำคัญยามวิกฤต
กสทช.ลงพื้นที่ศึกษาดูงานสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงราย ติดตามการดำเนินงานด้านระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินและสาธารณภัย ชื่นชมการทำงานบุคลากร สวท.เชียงราย มีความประณีต ใส่ใจรายละเอียด และเตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบ พร้อมย้ำ “วิทยุ” ยังคงเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารที่ประชาชนพึ่งพาได้ในยามเกิดวิกฤต โดยเฉพาะเมื่อระบบไฟฟ้า โทรศัพท์ หรืออินเทอร์เน็ตไม่สามารถใช้งานได้
เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.00 น. พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นำคณะอนุกรรมการพิจารณาอนุญาตด้านกิจการกระจายเสียง ประกอบด้วย พลเอก เถกิงศักดิ์ เครือหงส์ พลตรี กฤษฎา เทอดพงษ์ ดร.ธนกร ศรีสุขใส รองศาสตราจารย์ ดร.อุษา บิ้กกิ้นส์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภาสกร ธรรมโชติ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อเยี่ยมชมการดำเนินงานของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (สวท.เชียงราย) และศึกษาระบบการให้บริการกระจายเสียง รวมถึงแนวทางปฏิบัติงานตามมาตรฐานการแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินและสาธารณภัย
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อติดตามกลไกการสื่อสาร ข้อมูลข่าวสารของภาครัฐในสถานการณ์วิกฤต โดยเฉพาะจังหวัดเชียงรายซึ่งมีความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติและเหตุฉุกเฉินหลายรูปแบบ ทั้งอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ไฟป่า หมอกควัน ตลอดจนสถานการณ์บริเวณพื้นที่ชายแดน ทำให้ระบบแจ้งเตือนภัยที่รวดเร็ว ถูกต้อง และสามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึง มีความสำคัญต่อการลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน
นายอธิชัย ต้นกันยา ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายรัชพล งามกระบวน ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงราย ให้การต้อนรับคณะ กสทช. พร้อมบรรยายสรุปบทบาทและภารกิจของ สวท.เชียงราย ในฐานะศูนย์กลางการสื่อสารของภาครัฐ ทำหน้าที่เผยแพร่ข่าวสาร แจ้งเตือนภัย และเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ ไปสู่ประชาชนอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านสถานีวิทยุ FM 95.75 MHz และแพลตฟอร์มสื่อดิจิทัล
คณะศึกษาดูงานได้เยี่ยมชมห้องส่ง ห้องควบคุมการออกอากาศ ระบบสำรองการออกอากาศ รวมถึงแนวทางการบริหารจัดการสถานีเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมร่วมจัดรายการพิเศษผ่าน สวท.เชียงราย และถ่ายทอดสดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อสื่อสารข้อมูลข่าวสารและสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนถึงบทบาทของกิจการกระจายเสียงในภาวะวิกฤต
พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ กล่าวว่า แม้เทคโนโลยีการสื่อสารจะพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่กิจการกระจายเสียงยังคงเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อประเทศ โดยเฉพาะในช่วงเกิดเหตุฉุกเฉินหรือภัยพิบัติ เนื่องจากเป็นช่องทางที่สามารถเผยแพร่ข้อมูลจากภาครัฐไปยังประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และน่าเชื่อถือ ช่วยให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่จำเป็นต่อการตัดสินใจ ลดความสับสน และป้องกันผลกระทบจากข่าวปลอมหรือข้อมูลที่คลาดเคลื่อนบนสื่อออนไลน์
“เมื่อไฟฟ้าดับ โทรศัพท์ใช้ไม่ได้ หรืออินเทอร์เน็ตล่ม สิ่งที่ยังสามารถทำหน้าที่สื่อสารกับประชาชนได้ คือสถานีวิทยุกระจายเสียง” พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ กล่าว พร้อมระบุว่า กิจการวิทยุยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน และเป็นช่องทางหลักในการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องในสถานการณ์ที่ระบบการสื่อสารรูปแบบอื่นอาจไม่สามารถใช้งานได้
ภายหลังรับฟังการบรรยายและเยี่ยมชมการดำเนินงาน พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ ได้กล่าวชื่นชมการทำงานของ สวท.เชียงราย กรมประชาสัมพันธ์ ว่ามีความประณีต ใส่ใจในรายละเอียด และเตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบ การนำเสนอข้อมูลเป็นลำดับและเข้าใจง่าย สะท้อนถึงศักยภาพของบุคลากรและความมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบการสื่อสารเพื่อประโยชน์ของประชาชน โดยเฉพาะภารกิจด้านการแจ้งเตือนภัย ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
ทั้งนี้ การทำงานของ สวท.เชียงราย สอดคล้องกับภารกิจของกรมประชาสัมพันธ์ในการเป็นสื่อกลางระหว่างภาครัฐกับประชาชน ภายใต้แนวคิดการสื่อสารให้รวดเร็ว ถูกต้อง และเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินและสาธารณภัย
ในตอนท้าย กสทช.ได้เชิญชวนประชาชนชาวเชียงรายติดตามข่าวสารจากสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงราย ทาง FM 95.75 MHz และช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ของสถานี เพื่อรับข้อมูลจากภาครัฐที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ และทันต่อสถานการณ์ โดยเฉพาะในช่วงเกิดเหตุฉุกเฉินหรือสาธารณภัย เพราะข้อมูลที่ถูกต้องและส่งถึงประชาชนได้อย่างทันท่วงที อาจเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความสูญเสียและสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง




ร่วมแสดงความคิดเห็น