หลังจากกระแสโซเชียล ดราม่าเรื่องคนไทยไม่เคยทอดทิ้งกัน…แต่ระบบกำลังทอดทิ้งใครหรือเปล่า❓
ลุงนั่งขอข้าว ขอเงินอยู่ในตลาด บอกว่าอยู่บ้านธงน้อยกับภรรยาเพียงสองคน…ยากจนและหิว
คนไทยใจดี ยื่นข้าว ยื่นน้ำ ส่งเงิน 5 บาท 10 บาท ให้พอประทังชีวิต
แต่คำถามที่เจ็บกว่าความหิวคือ…
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ…ลุงได้ไหม❓”
คำตอบ…คือ “คืออะไร..❓
นี่ไม่ใช่แค่เรื่อง…ของชายชราคนหนึ่ง แต่คือภาพสะท้อนของคนที่ยัง #ตกหล่นจากระบบ ทั้งที่ควรได้รับการดูแล
📌 ประเทศไทยไม่ควรมีผู้สูงอายุคนไหน ต้องนั่งขอทานเพื่อแลกกับข้าวหนึ่งมื้อ
ความเมตตาของผู้คน ช่วยต่อลมหายใจได้…
แต่ #สวัสดิการของรัฐ ควรเป็นศักดิ์ศรีที่คนไทยผู้ยากไร้ทุกคนเข้าถึงได้ ไม่ใช่ปล่อย…ให้ใครต้องนั่งรอความสงสารอยู่ข้างถนน
ต่อมาทีมงาน พม.น่าน แจงชัด “ลุงศรีมูล” ไม่ใช่คนไร้สิทธิ์ ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว ชี้เพียงมานั่งตลาดจนคนสงสารหยิบยื่นความช่วยเหลือชาวบ้านสบายใจได้!
น่าน – จากกรณีชายสูงอายุรายหนึ่งนั่งอยู่บริเวณตลาดอภัย อำเภอเมืองน่าน และเข้าใจว่าไม่เคยได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จนเกิดกระแสความห่วงใยในสังคมนั้น ล่าสุดหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จังหวัดน่าน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามข้อสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมรายงานผลอย่างละเอียด
ผลการตรวจสอบพบว่า ชายตามที่ปรากฏในข่าวคือ นายศรีมูล กรมทะนา อายุ 76 ปี เป็นผู้พิการทางสติปัญญา มีภูมิลำเนาตามบัตรประชาชนอยู่บ้านหมู่ 3 ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน แต่บ้านเดิมได้ถูกขายไปนานแล้ว ทำให้ปัจจุบันไม่มีที่อยู่อาศัยตามทะเบียนบ้าน
จากการสอบข้อเท็จจริง นายศรีมูลมีพฤติกรรมชอบเก็บของเก่าและขยะเพื่อนำไปขาย และในช่วงเช้ามักปั่นจักรยานมานั่งบริเวณตลาดอภัยเป็นประจำ โดยไม่ได้มีเจตนาหรือวัตถุประสงค์หลักในการขอทาน ไม่มีการวางแก้วหรือภาชนะรับเงิน แต่ด้วยความสงสาร ชาวบ้านและพ่อค้าแม่ค้าจึงมักนำอาหารและเงินมอบให้ จนทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นการนั่งขอทาน
ด้านการดูแลคุณภาพชีวิต พบว่า เทศบาลตำบลดู่ใต้ร่วมกับชุมชนบ้านธงน้อย ได้จัดทำประชาคมอนุญาตให้นายศรีมูลอาศัยอยู่บนพื้นที่สาธารณะของชุมชน พร้อมร่วมกันบริจาคเงินสร้างบ้านพักให้ แม้บ้านดังกล่าวไม่มีเลขที่บ้าน จึงไม่สามารถเข้าร่วมโครงการปรับสภาพที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการได้ ขณะเดียวกัน เทศบาล ผู้นำชุมชน โครงการทหารพันธุ์ดี อสม. และชาวบ้าน ต่างช่วยกันซ่อมแซมและทำความสะอาดบ้านให้อย่างต่อเนื่องเกือบทุกสัปดาห์
สำหรับสิทธิด้านสวัสดิการ นายศรีมูลได้รับ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 700 บาท และ เบี้ยความพิการ 800 บาทต่อเดือน โดยผู้นำชุมชนและร้านค้าในพื้นที่ช่วยดูแลการรับและบริหารเงินให้ ส่วนผู้ดูแลที่อาศัยอยู่ด้วยกันได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตามสิทธิของตนเอง
ที่สำคัญ พม.จังหวัดน่าน ยืนยันว่า นายศรีมูลได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาตั้งแต่รอบแรก และได้ดำเนินการยืนยันตัวตนสำหรับปี 2569 เรียบร้อยแล้ว โดยจะเริ่มได้รับสิทธิ์ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งมีเจ้าของร้านค้าในพื้นที่คอยช่วยอำนวยความสะดวกในการดำเนินการ




ร่วมแสดงความคิดเห็น