ชาวบ้าน 3 ตำบล อ.พาน รวมพลังครบรอบ 1 ปีค้านโรงไฟฟ้าขยะ

ชาวบ้าน 3 ตำบล อ.พาน รวมพลังครบรอบ 1 ปีค้านโรงไฟฟ้าขยะ จี้รัฐยุติโครงการ-ทบทวนกระบวนการรับฟังความคิดเห็น

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. ที่บริเวณริมถนนหน้าองค์การบริหารส่วนตำบลม่วงคำ อ.พาน จ.เชียงราย กลุ่มเครือข่ายต่อต้านโรงไฟฟ้าขยะจาก 3 ตำบล ประกอบด้วย ต.ทานตะวัน ต.แม่เย็น และ ต.ม่วงคำ รวม 40 หมู่บ้าน นำโดย พ.ท.สมเจต ช่างซอ นายณัฐพงษ์ ทาแกง และ ทพ.ตรีวัตน์ วงศ์ขุนสุวรรณ พร้อมด้วยประชาชนในพื้นที่กว่า 200 คน นัดหมายรวมตัวจัดกิจกรรมและขบวนยานยนต์ เพื่อแสดงเจตนารมณ์คัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะ เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปีของการเคลื่อนไหวต่อต้านโครงการ

กลุ่มผู้ชุมนุมได้ตั้งขบวนบริเวณหน้า อบต.ม่วงคำ ก่อนเคลื่อนขบวนผ่านปั๊มน้ำมัน ปตท. เลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นทางคลองชลประทาน มุ่งหน้าไปยังลานหน้า อบต.ป่าหุ่ง เพื่อจัดกิจกรรมชุมนุมใหญ่และรณรงค์แสดงจุดยืนคัดค้านโครงการ

ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา เครือข่ายประชาชนได้จัดเวทีเสวนาและกิจกรรมรณรงค์หมุนเวียนตามหมู่บ้านในพื้นที่ 3 ตำบล รวมแล้ว 17 ครั้ง เพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อมูลและร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการ โดยกลุ่มผู้คัดค้านเห็นว่า พื้นที่ตั้งโครงการอยู่ใกล้ชุมชนและหมู่บ้าน รวมถึงมีคลองสาธารณะและคลองชลประทานไหลผ่านหลายพื้นที่ หากมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรม แหล่งน้ำ แหล่งเพาะพันธุ์ปลานิล ตลอดจนวิถีชีวิตและสุขภาพของประชาชน

พ.ท.สมเจต ช่างซอ แกนนำเครือข่ายต่อต้านโรงไฟฟ้าขยะ 3 ตำบล กล่าวว่า การรวมตัวในครั้งนี้เป็นกิจกรรมครบรอบ 1 ปีของการคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าขยะของ อบต.ป่าหุ่ง ซึ่งเดิมมีความพยายามดำเนินโครงการในพื้นที่บ้านห้วยประเสริฐ หมู่ 12 ต.ป่าหุ่ง แต่เกิดกระแสคัดค้านจากประชาชน ประกอบกับมีการตรวจพบแหล่งโบราณสถานในพื้นที่โดยหน่วยงานด้านศิลปากร ทำให้โครงการต้องชะลอและมีการเปลี่ยนพื้นที่ดำเนินโครงการในเวลาต่อมา โดยมีการจัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในรัศมี 3 กิโลเมตร

แกนนำระบุว่า แม้ประชาชนจะยื่นหนังสือร้องเรียนต่อหน่วยงานต่างๆ รวมถึงกระทรวงมหาดไทย แต่ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมายังไม่มีท่าทีชัดเจนว่าจะยุติโครงการ ทำให้ประชาชนจาก 3 ตำบลต้องกลับมารวมพลังอีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าไม่เห็นชอบกับโครงการ และกังวลว่าจะเกิดผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้างหากมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะขึ้นจริง

ด้าน นายณัฐพงษ์ ทาแกง ตัวแทนกลุ่มผู้คัดค้าน กล่าวว่า กลุ่มประชาชนตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ โดยเฉพาะกรณีการนำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ MOU ด้านการจัดการขยะระหว่าง อบต.ป่าหุ่ง กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นมาเป็นเหตุผลประกอบการผลักดันโครงการ โดยเห็นว่า MOU ดังกล่าวเป็นเพียงความร่วมมือในการนำขยะมาจัดการและชำระค่าธรรมเนียม ไม่ควรตีความว่าเป็นการให้อำนาจ อบต.ป่าหุ่ง เข้าไปดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าในพื้นที่ของตำบลอื่น

นอกจากนี้ กลุ่มผู้คัดค้านยังตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการรับฟังความคิดเห็นประชาชน โดยอ้างว่าพบการแจกแบบประเมินพร้อมตัวอย่างการกรอก ซึ่งอาจมีลักษณะชี้นำ รวมทั้งมีข้อกล่าวอ้างว่ามีการนำประชาชนจากนอกพื้นที่เข้าร่วมกระบวนการ ทั้งนี้ กลุ่มผู้คัดค้านเห็นว่าควรดำเนินการรับฟังความคิดเห็นใหม่อย่างโปร่งใสและครอบคลุมประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง โดยอ้างถึงข้อมูลการศึกษาที่ระบุว่าผลกระทบของโครงการอาจครอบคลุมพื้นที่ในรัศมี 3 กิโลเมตร รวมถึงพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแล้ง

ที่ผ่านมา เครือข่ายประชาชนได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักนายกรัฐมนตรี สภาองค์กรของผู้บริโภค และคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง วุฒิสภา โดยมีการลงพื้นที่ตรวจสอบและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พิจารณากระบวนการรับฟังความคิดเห็นใหม่ อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้คัดค้านระบุว่ายังไม่มีหนังสือสั่งการอย่างเป็นทางการ จึงเดินหน้ารวมตัวแสดงจุดยืนในวาระครบรอบ 1 ปีของการเคลื่อนไหว

ในโอกาสดังกล่าว เครือข่ายประชาชนผู้เรียกร้องคัดค้านโรงไฟฟ้าขยะ ได้ประกาศจุดยืนและยื่นข้อเรียกร้องต่อ นายอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และองค์การบริหารส่วนตำบลป่าหุ่ง รวม 3 ข้อ ดังนี้

ข้อ 1 ขอให้ยุติหรือยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าขยะในพื้นที่ ตำบลทานตะวัน ตำบลแม่เย็น ตำบลม่วงคำ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย อย่างถาวร

ข้อ 2 หากยังไม่ยุติหรือยกเลิกโครงการ ขอให้มีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนใหม่โดยเร็ว ภายในปี พ.ศ. 2569 เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจอย่างแท้จริง

ข้อ 3 ขอให้องค์การบริหารส่วนตำบลป่าหุ่ง ยกเลิกบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ MOU ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการขยะระหว่าง อบต.ป่าหุ่ง กับ อบต.ทานตะวัน อบต.แม่เย็น อบต.ม่วงคำ และหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในกลุ่ม Clusters ที่ 3 จังหวัดเชียงราย ทั้งหมด

เครือข่ายฯ ระบุว่า หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิกเฉย ไม่ดำเนินการตามข้อเรียกร้อง หรือประวิงเวลา ประชาชนพร้อมยกระดับการแก้ไขปัญหาผ่านมาตรการทางกฎหมายทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ศาลยุติธรรม หรือผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมยืนยันว่าการรวมตัวครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อท้าทายอำนาจรัฐ แต่เป็นการเรียกร้องความเป็นธรรมและความยุติธรรม เพื่อปกป้องสิทธิของชุมชน สิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัย และการรักษาวิถีชีวิตอันสงบสุขของประชาชนในพื้นที่.

ร่วมแสดงความคิดเห็น