ผู้ใหญ่บ้านพาลูกบ้านร้องผู้ว่าฯ เชียงราย ยื่นหลักฐานนายทุน-กลุ่มอิทธิพล บุกรุกที่สาธารณประโยชน์

ผู้ใหญ่บ้านพาลูกบ้านร้องผู้ว่าฯ เชียงราย ยื่นหลักฐานนายทุน-กลุ่มอิทธิพล บุกรุกที่สาธารณประโยชน์ 188 ไร่ แถมโดนร้องเรียนดิสเครดิต ตั้งข้อสงสัยโดนกลั่นแกล้ง หวังตัดสิทธิ์ชิงเก้าอี้กำนัน

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงราย ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายสมชาย สุรินทร์ อายุ 58 ปี ผู้ใหญ่บ้านบ้านหัวเวียง หมู่ที่ 1 ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย พร้อมด้วยตัวแทนชาวบ้าน ได้นำเอกสารหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) เลขที่ 42294 และพยานหลักฐานเข้ายื่นเรื่องร้องทุกข์ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย โดยมี นายลิขิต มีเสรี ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงราย เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ

​จากเอกสารร้องเรียนและหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) ระบุว่า ที่ดินสาธารณประโยชน์ดังกล่าวคือ แปลง “พลเมืองใช้ร่วมกัน” ตั้งอยู่ที่บ้านสันติสุข หมู่ที่ 1 ตำบลเวียง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ขึ้นทะเบียนไว้เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2545 มีเนื้อที่รวมประมาณ 188 ไร่ 3 งาน 74 ตารางวา อยู่ในความดูแลรักษาของกระทรวงมหาดไทย (ที่เลี้ยงสัตว์ประจำหมู่บ้าน)

​โดยในหนังสือร้องเรียนได้ระบุพฤติการณ์บุกรุกและขอให้ตรวจสอบใน 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 1 ต.เวียง บุกรุกพื้นที่แปลงที่จำนวนประมาณ 1 ไร่ 2 งาน โดยมีการสร้างห้องพักรีสอร์ท และปล่อยสิ่งปฏิกูลลงสู่พื้นที่สาธารณะ ​2.โรงเลี้ยง/บ่อนไก่ มีนายทุนบุกรุกสร้างสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่แปลงที่ 3 จำนวนประมาณ 1 งาน 3.​ผู้มีอิทธิพลบุกรุกจัดสรรที่ดินขาย มีการรุกล้ำพื้นที่แปลงที่ 4 จำนวนประมาณ 2 งาน นำไปจัดสรรแบ่งขายให้กลุ่มชาติพันธุ์และบุคคลภายนอกเข้ามาปลูกสร้างบ้านพักและรีสอร์ท 4.​ตรวจสอบกองทรายบริเวณแม่น้ำลาว สงสัยว่าอาจมีการแอบดูดทรายโดยไม่ได้รับอนุญาต บริเวณบ้านหัวเวียง หมู่ 1 และ 5.​ตรวจสอบการออกโฉนดทับที่สาธารณะ ขอให้ตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิ์โดยรอบพื้นที่ น.ส.ล. ว่ามีการออกโฉนดทับที่สาธารณประโยชน์ของหมู่บ้านหรือไม่

​นายสมชาย สุรินทร์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 บ้านหัวเวียง เปิดเผยว่า วันนี้ผมในนามผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 บ้านหัวเวียง มาร้องเรียนเรื่องการบุกรุกที่สาธารณะ ซึ่งมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 188 ไร่ เดิมทีพื้นที่ตรงนี้เคยเป็นสัมปทานทำเหมืองแร่มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 พอหมดสัมปทาน ชาวบ้านก็เข้าไปหาเก็บเห็ด หาฟืน ทำมาหากินตามวิถีชาวบ้าน ต่อมาทางราชการได้ขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณประโยชน์ (น.ส.ล.)

​แต่ช่วงที่ผ่านมา มีกลุ่มนายทุนและผู้มีอิทธิพลเข้ามาสร้างรีสอร์ท บุกรุกทำบ่อนไก่ รวมทั้งเอาที่ดิน น.ส.ล. ไปซอยแบ่งขายให้กับกลุ่มชาติพันธุ์และคนนอกพื้นที่เข้ามาอยู่อาศัย วันนี้จึงมายื่นหนังสือถึงท่านผู้ว่าฯ ขอให้เร่งส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและรังวัดแนวเขต 4 จุดสำคัญก่อน และดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ทั้งหมด 188 ไร่ต่อไป เพื่อนำที่ดินสาธารณะกลับคืนมาให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน

​นอกจากนี้ ที่ผ่านมาพอกลุ่มนายทุนรู้ว่าจะมีการเข้าตรวจสอบ ก็จะใช้อิทธิพลข่มขู่กลั่นแกล้ง นำชาวบ้านต่างถิ่นที่ไม่ใช่คนในพื้นที่หมู่ 1 ไปร้องเรียนต่ออำเภอ ใส่ร้ายกล่าวหาว่าผมไปเรียกรับเงิน รีดไถชาวบ้าน และสร้างพยานเท็จ เพื่อบีบบังคับนายอำเภอให้สั่งพนักงานหรือปลดผมออกจากตำแหน่ง ซึ่งเรื่องทั้งหมดไม่เป็นความจริงเลย ขณะนี้ผมได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เวียงป่าเป้า แล้ว เพื่อความปลอดภัย”

​ช่วงท้ายการยื่นหนังสือ นายสมชาย สุรินทร์ ผู้ใหญ่บ้าน ได้ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า การที่กลุ่มนายทุนและผู้มีอิทธิพลดังกล่าวรวมหัวกันไปร้องเรียนกล่าวหาว่าตนเรียกรับเงินหรือกระทำผิดต่างๆ นั้น น่าจะเป็นเรื่อง “การกลั่นแกล้งกันทางการเมือง” อย่างชัดเจน ​เนื่องจากในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ ตนวางแผนไว้ว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่ง “กำนัน” จึงเชื่อว่าฝ่ายตรงข้ามพยายามสร้างเรื่องร้องเรียนเท็จขึ้นมาเพื่อดิสเครดิตและ “ปิดปาก” ไม่ให้ตนเดินหน้าตรวจสอบการบุกรุกที่ดินสาธารณประโยชน์ รวมถึงตัดสิทธิ์ทางการเมืองในการลงสมัครกำนันในครั้งนี้

ร่วมแสดงความคิดเห็น