เปิดมหกรรมไม้ผล 8 จังหวัดภาคเหนือ Northern Fruit Connect 2026 เชื่อมสวน-สหกรณ์-ตลาด ยกระดับห่วงโซ่อุปทานผลไม้ภาคเหนือสู่ความยั่งยืน
เวลา 16.30 น. วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ณ บริเวณลานจัดกิจกรรมตลาดล้านเมือง ต.สันทราย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย นายจเด็ศ จันทรา เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานมหกรรมไม้ผล 8 จังหวัดภาคเหนือ “Northern Fruit Connect 2026 เชื่อมสวน เชื่อมสหกรณ์ เชื่อมตลาด” โดยมี นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์, นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย, นายนรินทร์ศักดิ์ พนิตธรรมกุล สหกรณ์จังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ผู้บริหารสหกรณ์ ผู้ประกอบการ เกษตรกร ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ ร่วมเป็นเกียรติในพิธีอย่างคึกคัก
นายจเด็ศ จันทรา เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ภาคเหนือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงด้านการผลิตสินค้าเกษตร โดยเฉพาะผลไม้และสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ที่มีความโดดเด่น สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ ซึ่งเกิดจากความแตกต่างของภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ภูมิปัญญาท้องถิ่น วิถีการผลิต และองค์ความรู้ของเกษตรกร ส่งผลให้เกิดสินค้าเกษตรที่มีคุณลักษณะเฉพาะ มีคุณภาพได้มาตรฐาน และเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค
อย่างไรก็ตาม แม้ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือจะมีศักยภาพด้านการผลิตสูง แต่ยังคงเผชิญข้อจำกัดในหลายด้าน ทั้งการบริหารจัดการผลผลิต การสร้างมูลค่าเพิ่ม การเข้าถึงช่องทางการตลาด การสร้างการรับรู้ของผู้บริโภค รวมถึงการเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างเกษตรกร สหกรณ์ ผู้ประกอบการ ภาคเอกชน และผู้ซื้อรายสำคัญ ทำให้สินค้าเกษตรหลายชนิดยังไม่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างเต็มศักยภาพ
“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตผลไม้ตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) เพื่อยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของผลผลิต ควบคู่กับการพัฒนาสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัดให้มีความโดดเด่นและสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการเกษตรไทย โดยแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบาย DRIVEs ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยเฉพาะมิติ V : Value ที่มุ่งเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ของสหกรณ์ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ผ่านการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาด ต่อยอดการสร้างโอกาสทางการค้า ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น มีความเข้มแข็ง และสามารถแข่งขันได้ในระยะยาว” เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังเปิดเผยถึงการจัดงาน Northern Fruit Connect 2026 ว่าจะเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างเกษตรกร สหกรณ์ ผู้ประกอบการ ผู้รวบรวมผลผลิต ผู้แปรรูป ผู้ซื้อ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาด พัฒนาศักยภาพของสหกรณ์ และขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทานผลไม้ของภาคเหนือให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน
ด้านนายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า การจัดงานมหกรรมไม้ผล 8 จังหวัดภาคเหนือ “Northern Fruit Connect 2026 เชื่อมสวน เชื่อมสหกรณ์ เชื่อมตลาด” เป็นกิจกรรมภายใต้โครงการยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตรและพัฒนาสินค้าอัตลักษณ์ มีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพผลไม้ภาคเหนือ ส่งเสริมการพัฒนามาตรฐานการผลิตและการบริหารจัดการของสหกรณ์ ควบคู่กับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการพัฒนาระหว่างเกษตรกร สหกรณ์ ผู้ประกอบการ ผู้รวบรวมผลผลิต ผู้แปรรูป ผู้ส่งออก และผู้ซื้อ เพื่อเชื่อมโยงการผลิตสู่ตลาดอย่างเป็นรูปธรรม และเพิ่มโอกาสทางการค้าให้แก่สถาบันเกษตรกร
อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวต่อว่า การดำเนินงานครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน ซึ่งล้วนเป็นแหล่งผลิตผลไม้สำคัญของประเทศที่มีศักยภาพในการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐาน เพื่อรองรับความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
โดยภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจหลากหลาย ทั้งการจัดแสดงและจำหน่ายผลไม้คุณภาพและสินค้าเกษตรอัตลักษณ์จากสหกรณ์ การเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อเชื่อมโยงตลาดระหว่างผู้ผลิตกับผู้ประกอบการ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการผลิต การแปรรูป และการตลาด ตลอดจนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันเกษตรกร เพื่อร่วมกันพัฒนาห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตร เพิ่มมูลค่าผลผลิต และสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบสหกรณ์ไทยอย่างยั่งยืน
“กรมส่งเสริมสหกรณ์มุ่งหวังให้การจัดงานในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ‘ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้’ โดยใช้สหกรณ์เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมผลผลิต ยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้า และเชื่อมโยงตลาด เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่สมาชิกสหกรณ์และเกษตรกร ตลอดจนเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากของภาคเหนือด้วย” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว
ภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีการ นายจเด็ศ จันทรา ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนเพิ่มเติม ถึงทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเกษตรภาคเหนือ และกลยุทธ์การขยายตลาดผลไม้ไทยสู่ระดับสากล โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของการรวมตัวกันของเกษตรกรผ่านระบบสหกรณ์ที่จะช่วยส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือให้ประชาชนหันมาร่วมกันบริโภคสินค้าเกษตรมากยิ่งขึ้น
นายจเด็ศ เปิดเผยถึงแนวทางการส่งเสริมการตลาดทั้งการนำเข้าและการส่งออกตามนโยบาย “ตลาดนำ” ว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้ให้ความสำคัญกับการสำรวจความต้องการสินค้าเกษตรนำเข้าเพื่อดูว่ามีชนิดใดบ้างที่พื้นที่ภาคเหนือสามารถเพาะปลูกทดแทนได้ หากเกษตรกรไทยสามารถผลิตและเพิ่มผลผลิตสินค้าทดแทนการนำเข้าได้ จะช่วยลดปริมาณการนำเข้าและสร้างความมั่นใจให้แก่เกษตรกรว่าจะมีตลาดรองรับผลผลิตอย่างแน่นอน ส่วนด้านการส่งออก สินค้าไทยจะต้องมุ่งเน้นการแข่งขันในด้านมาตรฐานและคุณภาพเป็นหลัก
เลขานุการ รมช.เกษตรฯ ได้ยกตัวอย่างรูปธรรมจากการเจรจาทางการค้าในต่างประเทศว่า ล่าสุดได้มีการพูดคุยกับผู้ใช้นำเข้ากล้วยหอมในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งตลาดญี่ปุ่นมีความต้องการกล้วยหอมสูงถึงประมาณ 20,000 ตัน แต่ปัจจุบันประเทศไทยสามารถผลิตและส่งออกได้เพียงประมาณ 3,000 ตันเท่านั้น ซึ่งนับว่ายังต่ำกว่าความต้องการของตลาดอยู่อีกมาก สาเหตุสำคัญมาจากปัญหาด้านการรักษามาตรฐานและคุณภาพในการผลิต ดังนั้น กระทรวงฯ จึงนำโจทย์นี้มามุ่งเน้นพัฒนาและแก้ไข เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตสินค้าที่ตรงตามความต้องการของตลาดต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ประธานในพิธี พร้อมคณะผู้บริหาร และแขกผู้มีเกียรติ ได้เดินเยี่ยมชมบูธจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าเกษตรภายในงาน โดยได้ร่วมชิมผลไม้สดและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสหกรณ์ต่างๆ พร้อมกล่าวเปิดเผยถึงเอกลักษณ์ผลไม้ภาคเหนือว่า ผลไม้ภาคเหนือมีจุดเด่นหลายประเภท เช่น ลำไย และ ทุเรียน ซึ่งมีรสชาติอร่อยและมีรสสัมผัส (Texture) เฉพาะตัวที่โดดเด่น หากผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างชาติได้มาลิ้มลอง จะต้องประทับใจและติดใจอย่างแน่นอน
สำหรับงานมหกรรมไม้ผล 8 จังหวัดภาคเหนือ “Northern Fruit Connect 2026 เชื่อมสวน เชื่อมสหกรณ์ เชื่อมตลาด” ได้รวบรวมผลไม้คุณภาพ สินค้าเกษตร และของดีจากสหกรณ์ทั่วภาคเหนือมาไว้ในที่เดียว เพื่อให้ประชาชนได้เลือกซื้อ เลือกชิม และร่วมอุดหนุนผลผลิตจากเกษตรกรโดยตรง ซึ่งภายในงานยังมีกิจกรรมความบันเทิงบนเวที การแสดง และกิจกรรมพิเศษตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะกิจกรรม “นาทีทอง” ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป พบกับโปรโมชั่นลด แลก แจก สินค้าราคาพิเศษ และของรางวัลอีกมากมาย จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสเสน่ห์ของผลไม้และสินค้าเกษตรคุณภาพจาก 8 จังหวัดภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 24 – 30 กรกฎาคม 2569 ณ ตลาดล้านเมือง ต.สันทราย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย





ร่วมแสดงความคิดเห็น