ชลประทานเชียงใหม่ยัน “น้ำปิง-ลำน้ำสาขา” ยังปกติ ต่ำกว่า 30% ของความจุลำน้ำ

ชลประทานเชียงใหม่ยัน “น้ำปิง-ลำน้ำสาขา” ยังปกติ ต่ำกว่า 30% ของความจุลำน้ำ เฝ้าระวังฝนหนัก 4–8 ส.ค. 69 พร้อมรับมืออุทกภัย แจ้งเตือนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง

วันที่ 4 ส.ค. 2569 เวลา 09.00 น. นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สถานการณ์ปริมาณน้ำในแม่น้ำปิงและลำน้ำสาขาที่จะไหลเข้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่ อาทิ น้ำแม่แตง และน้ำแม่ริม ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ แม้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ปัจจุบันมีปริมาณน้ำน้อยกว่า 30% ของความจุลำน้ำ ยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีกมาก

ส่วนแนวโน้มสถานการณ์น้ำท่าในลำน้ำปิง ตั้งแต่ต้นแม่น้ำปิง ที่จุดวัดระดับน้ำ P.20 บ้านเชียงดาว ปริมาณน้ำ 28.44 ลบ.ม.ต่อวินาที ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 2.22 ม. จุดตรวจวัด P.67 บ้านแม่แต ปริมาณน้ำ 132.00 ลบ.ม.ต่อวินาที ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 1.91 ม. จุดตรวจวัด P.1 สะพานนวรัฐ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ปริมาณน้ำ 162.00 ลบ.ม.ต่อวินาที ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 2.17 ม.

สำหรับพื้นที่อำเภอโซนเหนือ สถานการณ์น้ำท่ายังอยู่ในเกณฑ์ปกติเช่นกัน โดยที่สถานีตรวจระดับวัด G.12 บ้านใหม่ริมฝาง อ.ฝาง มีปริมาณน้ำ 60% ต่ำกว่าตลิ่ง 86 ซม. ขณะที่ สถานี G.13 บ้านแม่ข่า อ.ฝาง มีปริมาณน้ำ 48% ต่ำกว่าตลิ่ง 118 ซม. และ สถานี G.14 อ.แม่อาย มีปริมาณน้ำ 17% ต่ำกว่าตลิ่ง 2.72 ม. สะท้อนว่าสถานการณ์น้ำยังไม่อยู่ในระดับน่ากังวล ส่วนอำเภอโซนใต้ ที่จุดตรวจวัด P.73A บ้านสบแปะ อ.จอมทอง ปริมาณน้ำ 125 ลบ.ม.ต่อวินาที ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 6.43 ม.

ด้านแหล่งกักเก็บน้ำสำคัญของจังหวัด เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล มีปริมาณน้ำ 209 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 79% ของความจุ อัตราน้ำไหลเข้า 5.4 ล้าน ลบ.ม. ระบายน้ำ 2.166 ล้าน ลบ.ม. พร้อมดำเนินแผนส่งน้ำฤดูฝน ปี 2569 เพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร โดยส่งน้ำสะสมแล้ว 17.663 ล้าน ลบ.ม. จากแผน 30 ล้าน ลบ.ม. ส่วนเขื่อนแม่กวงอุดมธารา มีปริมาณน้ำ 171 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 65% มีน้ำไหลเข้า 0.732 ล้าน ลบ.ม. และมีแนวโน้มปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น ขณะที่อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 13 แห่ง มีน้ำรวม 74 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 72 และอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก 116 แห่ง มีน้ำรวม 44 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 65 ซึ่งทั้งหมดอยู่ในเกณฑ์น้ำดี

นายเกื้อกูลฯ กล่าวอีกว่า กรมชลประทานติดตามข้อมูลจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด โดยช่วง วันที่ 4–8 สิงหาคม 2569 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีแนวโน้มมีกำลังแรงขึ้น จึงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักระลอกใหม่ รวมถึงฝนสะสมที่อาจส่งผลต่อสถานการณ์น้ำ ไม่ควรพิจารณาเฉพาะปริมาณฝนรายวันเพียงอย่างเดียว

สำหรับมาตรการรองรับฤดูฝน โครงการชลประทานเชียงใหม่ได้วางแผนบริหารจัดการน้ำตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ฤดูฝน เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชน พร้อมทั้งเตรียมรับมือสภาวะเอลนีโญที่คาดว่าจะมีความรุนแรงถึงระดับ very strong ในช่วงปลายปี ซึ่งอาจทำให้มีปริมาณฝนน้อยกว่าค่าปกติ จึงเน้นการเก็บกักน้ำให้เต็มประสิทธิภาพ และยังมีพื้นที่รองรับน้ำฝนและพายุได้เพียงพอ

ในส่วนของการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ กรมชลประทานได้ดำเนินการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ปรับปรุง ฝายพญาคำ ฝายหนองผึ้ง และฝายท่าวังตาล พร้อมเสริมพนังป้องกันตลิ่งฝั่งซ้ายแม่น้ำปิงบริเวณประตูระบายน้ำท่าวังตาลงานก่อสร้างทั้งหมดเสร็จแล้ว ซึ่งจะส่งผลให้การไหลของน้ำมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านการกำจัดวัชพืช ตรวจสอบอาคารชลประทาน และทบทวนเกณฑ์การบริหารประตูระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ โครงการชลประทานเชียงใหม่ได้กำหนดพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ 3 โซน ได้แก่ โซนตอนบน อ.แม่อาย อ.เชียงดาว และ อ.แม่แตง โซนตอนกลาง อ.หางดง อ.สะเมิง อ.แม่วาง และ อ.สันป่าตอง รวมถึง โซนตอนใต้ อ.จอมทอง และ อ.อมก๋อย เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์หากเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องหรือพายุ

ด้านระบบแจ้งเตือนภัย กรมชลประทานสามารถแจ้งเตือนกรณีน้ำปิงล้นตลิ่งได้ ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง และมีความแม่นยำสูงในช่วง 6–8 ชั่วโมงก่อนเกิดเหตุ พร้อมใช้แผนที่บูรณาการ One Map ร่วมกับเทศบาลนครเชียงใหม่ ปภ.เชียงใหม่ อบจ.เชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่หากเกิดอุทกภัย

พร้อมกันนี้ โครงการชลประทานเชียงใหม่ยังได้วางแผนจัดสรรน้ำ เพื่อสนับสนุนภาคการเกษตรตลอดฤดูเพาะปลูก และขอความร่วมมือเกษตรกรใช้น้ำอย่างประหยัด ใช้น้ำฝนเป็นหลัก และใช้น้ำชลประทานเสริมเฉพาะช่วงฝนทิ้งช่วงหรือฝนน้อย เพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ปี 2569/70 และฝากถึงพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมหรือพื้นที่ลุ่มต่ำ ควรติดตามประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือน้ำหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และดินถล่ม โดยเฉพาะช่วงที่มีฝนตกหนักต่อเนื่อง พร้อมร่วมกันใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าและติดตามสถานการณ์น้ำตลอดฤดูฝนปีนี้

ร่วมแสดงความคิดเห็น