เวลา 09.00 น. วันที่ 9 ส.ค. 69 ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับจังหวัดเชียงราย เปิดเวทีสัมมนาใหญ่ เรื่อง “การแก้ไขปัญหาและการบริหารจัดการด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” โดยมีนายเอนก ปันทะยม นอภ.เทิง เป็นผู้กล่าวต้อนรับ และได้รับเกียรติจากนายชูชีพ พงษ์ไชย ผวจ.เชียงราย เป็นประธานเปิดการสัมมนา โดยมีตัวแทนภาครัฐ ผู้บริหารท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ อ.เทิงและ อ.ขุนตาล เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นอย่างคับคั่ง มุ่งประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐ แก้ไขข้อกฎหมาย และปลดล็อกปัญหาที่ดินทับซ้อนเรื้อรังที่สั่งสมมานาน
นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย เขต 5 ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร (คนที่หนึ่ง) ได้ลงพื้นที่นำคณะกรรมาธิการฯ พร้อมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ประกอบด้วย นางศุภวรรณ วงษ์ประยูร ที่ปรึกษาทรงคุณวุฒิประจำ กมธ. นายองอาจ คณุตม์วงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงราย นายเจตณรงค์ อินกัน ท้องถิ่นจังหวัดเชียงราย นางภัทรกช เหนือเกตุ ผอ.ศูนย์บริหารจัดการและแก้ไขปัญหาเรื่องร้องทุกข์ที่ดิน ส.คทช. และตัวแทนจาก สนง.สปก.จ.เชียงราย
โดยมีประเด็นปัญหาสำคัญในพื้นที่ที่ถูกยกขึ้นพิจารณา ได้แก่ ปัญหาพื้นที่แนวเขตป่าทับซ้อนกับที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน การแก้ไขปัญหาในเขตป่าสงวนฯ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าพญาพิภักดิ์ และเขตอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า (เตรียมการ) การนำเทคโนโลยีมาใช้จัดระเบียบ การเร่งระบุตำแหน่งเอกสาร น.ส.3 ก. พร้อมฝังระบบ QR Code บนแผนที่ เพื่อให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบแนวเขตที่ดินทำกินได้อย่างถูกต้องชัดเจน การปรับใช้ข้อกฎหมายและมติ ครม. การทบทวนและนำกรอบกฎหมายตั้งแต่มติ ครม. 30 มิ.ย. 2541 จนถึง มติ ครม. 26 พ.ย. 2561 มาใช้แก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินในเขตป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อสร้างความเป็นธรรมและยั่งยืนให้แก่ประชาชนในพื้นที่
นายรังสรรค์ เปิดเผยว่า ปัญหาหลักทางด้านที่ดินของประชาชนในพื้นที่แบ่งออกเป็น 2 ประเด็นใหญ่ ได้แก่ การขาดเอกสารสิทธิ์ ประชาชนอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ดั้งเดิมมานาน แต่ยังไม่ได้รับเอกสารสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามกฎหมาย และ ข้อพิพาทที่ดินทับซ้อนระหว่าง น.ส.3 และ ส.ป.ก. ชาวบ้านมีเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 อยู่เดิม แต่ต่อมามีการประกาศเขต ส.ป.ก. ทับซ้อนพื้นที่ ทำให้เกิดปัญหาการเปลี่ยนมือเอกสารสิทธิ์ ส่งผลให้เกิดข้อพิพาทคาราคาซังระหว่างหน่วยงานรัฐ 2 หน่วยงาน แต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือประชาชนที่ต้องสูญเสียโอกาสในการถือครองและทำกิน
“ปัญหาที่ดินทับซ้อนไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะอำเภอเทิง แต่เป็นปัญหาระดับประเทศที่เกิดจากหน่วยงานรัฐต่างสังกัดและต่างกระทรวงมีเขตพื้นที่ทับซ้อนกัน สิ่งที่เราต้องทำคือการนำทุกหน่วยงานมาร่วมบูรณาการ หากเป็นปัญหาระหว่างหน่วยงานรัฐด้วยกันเองก็ต้องคุยกันหาทางออก แต่ถ้าติดขัดด้วยข้อกฎหมาย เราก็จะนำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมาธิการการที่ดิน เพื่อเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป แม้ต้องใช้เวลาแต่จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างยั่งยืน” นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ กล่าว
ด้าน นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ประธานในพิธีเปิดการสัมมนา ได้กล่าวขอบคุณคณะกรรมาธิการการที่ดินฯ ที่ให้ความสำคัญกับปัญหาของชาวเชียงราย โดยเน้นย้ำว่าการดึงผู้แทนระดับนโยบายและผู้ปฏิบัติงานจริงในพื้นที่ มาร่วมรับฟังข้อเท็จจริง จะช่วยให้เห็นแนวทางทางกฎหมายในการคืนสิทธิทำกิน ตลอดจนการนำไปสู่การได้รับเอกสารสิทธิ์ที่ถูกต้องในอนาคต
“ปัญหาที่ดินทับซ้อนมีแทบทุกพื้นที่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ จากประสบการณ์การทำงานในหลายพื้นที่ก็เจอลักษณะเดียวกัน ดังนั้น การนำข้อเท็จจริงมาไล่ดูข้อกฎหมายร่วมกันบนเวทีสัมมนาในวันนี้ จะทำให้เราเห็นทางออกชัดเจนขึ้น และถ้าเป็นไปได้ หากเราขยายรูปแบบการทำงานเช่นนี้ไปครอบคลุมทั้ง 18 อำเภอของจังหวัดเชียงราย จะเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนอย่างมหาศาล” ผวจ.เชียงราย กล่าว




ร่วมแสดงความคิดเห็น