ลูกสาวโพสต์แฉพร้อมขอคำแนะนำและความช่วยเหลือ หลังพ่อแม่ไปเดินเที่ยวในห้างสรรพสินค้าชื่อดังเชียงใหม่ แต่ถูกพนักงานคลินิกที่เปิดอยู่ ชักชวนจูงใจให้เข้าไปใช้บริการฟรี แต่สุดท้ายเอาบัตรเครดิตไปรูดจ่ายเป็นเงินรวมกว่า 85,000 บาท ทำเครียดหนักจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ ชี้วิธีการหากินแทบไม่ต่างจากมิจฉาชีพ
วันที่ 31 ส.ค.2569 เกิดกระแสวิพิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดีย จากการที่เมื่อวานนี้ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งเป็นของหญิงสาวคนหนึ่งได้โพสต์ภาพใบเสร็จและบัตรสมนาคุณจากคลินิกแห่งหนึ่ง พร้อมบอกเล่าเรื่องราวและขอความช่วยเหลือแนะนำจากกรณีที่เมื่อวันที่ 16 ส.ค.69 พ่อแม่ของผู้โพสต์ได้เดินเล่นในห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างนั้นได้ถูกชักชวนจากพนักงานของคลินิกแห่งหนึ่งให้เข้าใช้บริการฟรี จึงทำให้หลงเชื่อ แต่ปรากฏว่าเมื่อเข้าไปในคลินิกแล้วกลับมีการนำบัตรเครดิตของพ่อไปใช้ชำระค่าบริการคลินิกเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้นกว่า 85,000 บาท ทั้งที่ไม่ได้สมัครใจใช้บริการ ซึ่งหลังเกิดเรื่องแล้วทำให้พ่อแม่เกิดความเครียดอย่างหนัก และต้องการเงินคืน รวมทั้งมองว่าการกระทำลักษณะนี้ของคลินิกคล้ายจะเข้าข่ายเป็นมิจฉาชีพ โดยโพสต์ดังกล่าวนี้มีผู้เข้าไปแสดงความเห็นและแชร์ต่อไปเป็นจำนวนมาก ตลอดจนมีหลายรายที่ได้เข้ามาแสดงความเห็นและให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่าเคยมีประสบการณ์เช่นเดียวกันนี้และสนับสนุนให้ร้องเรียนทาง สคบ.หรือดำเนินการตามกฎหมาย
สำหรับโพสต์ดังกล่าวมีข้อความระบุว่า “ใครพอรู้จักคลินิคนี้บนเซนทรัลเฟสไหมคะ พอดีที่บ้านโดนหลอกค่ะ พ่อกับแม่ไปเดินเซนเฟสละโดนพนักงานหลอกไปให้ซื้อคอร์ส แล้วไม่สามารถหาข้อมูลอะไรได้เลยไม่มีเบอร์โทรคลินิคเลยค่ะ จะทำยังไงได้บ้างคะ พ่อบอกว่าเค้าให้รูดบัตรแล้วไม่แจ้งยอดด้วยว่าเท่าไหร่ แล้วบอกคุณพ่อบอกตอนแรกเค้าบอกครีมฟรี แล้วบอกให้เซ็นเป็นลูกค้ากิตติมาศักดิ์ แล้วเงียบไว้ห้ามบอกใครค่ะ แล้วเค้าพาคุณแม่ไปนวดหน้าคนนวดหน้าบอกเอาบัตรมาๆ คุณพ่อถามเค้าไหนบอกครีมฟรี เค้าบอกไม่ต้องพูดเอาบัตรมาค่ะ แล้วคุณพ่อบอกเค้าเอาครีมมาทาหน้าแล้วคุณพ่อบอกรู้สึกเบลอๆ ไม่รู้ตัวเหมือนชาๆ ด้วยค่ะ เครียดเลยค่ะตอนนี้พ่อกับแม่เครียดนอนไม่หลับ ทำไงให้ได้เงินคืนบ้างคะ พี่ๆ เพื่อนๆ พอแนะนำได้ไหมคะ อยากได้เงินคืนมากค่ะ อันนี้เหมือนเข้าข่ายมิจฉาชีพเลยค่ะ งงทุกวันคนหากินกันแบบนี้หรอ ขอทุกๆคนช่วยแชร์ด้วยนะคะ🙏😔
พ่อนอนไม่หลับน้ำหนักลดไป 2 กิโลเลยค่ะ นางไม่ยอมบอกพึ่งมาทราบเรื่องเลยค่ะ นางบอกกลัวลูกเครียด กลัวลูกบ่นจนตัวเองกินไม่ได้นอนไม่หลับ
**เพิ่มเติมนะคะขอสอบถามผู้เสียหายหรือใครที่เคยได้รับการทดลองทำหน้าที่คลินิคนี้ เค้ามีการใช้เครื่องไฟฟ้า ไม่รู้ว่าเครื่องอะไรคะ เค้านำมาจี้ไหล่คุณพ่อค่ะ คุณพ่อบอกกลับบ้านไปปวดแสบปวดร้อนเป็นแผลไหม้เลยค่ะ ตอนนี้ยังเป็นแผลเป็นอยู่เลยค่ะ แล้วได้ถามคุณแม่ไปโดนไหมคุณแม่บอกไม่โดนค่ะ แล้วได้ยินพนักงานพูดบอกคนนี้คนจ่ายเงินหมายถึงพ่อค่ะ เลยอยากทราบว่ามีใครโดนบ้างคะอยากรู้ว่ามันคืออะไร???”
รายงานข่าวแจ้งว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า คลินิกดังกล่าวตั้งอยู่บนชั้น 4 ของห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งบนชั้นเดียวกันนี้เป็นที่ตั้งของคลินิกเสริมความงามอีกหลายแห่ง โดยแต่ละแห่งมักจะมีวิธีการเชิญชวนลูกค้าด้วยการให้พนักงานยืนอยู่บริเวณหน้าร้านคอยพูดจาชักชวนจูงใจลูกค้าที่เดินผ่านไปมาด้วยกลยุทธ์ต่างๆ ซึ่งสร้างความรำคาญใจเป็นอย่างมากให้กับคนที่ต้องการมาเดินเที่ยวเพื่อซื้อสินค้าและบริการอื่นๆ ของทางห้างสรรพสินค้า



ร่วมแสดงความคิดเห็น