เมื่อวันที่ 20 ก.ย.2569 ที่ทะเลสาบดอยเต่า แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ของ อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ ในขณะที่เรือนแพทุกลำได้ลอยขึ้นเหนือน้ำ หลังจากประสบภัยแล้งเรือนแพทุกลำติดบกมาหลายเดือน จากใต้ท้องทะเลสาบดอยเต่า กลายเป็นผืนดินแตกระแหง และปกคลุมไปด้วยวัชพืช เป็นท้องทุ่งหญ้าเลี้ยงวัว มาบัดนี้เข้าสู่ฤดูฝนมีฝนตกหนักในพื้นที่และเหนือน้ำอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำในทะเลสาบดอยเต่าสูงขึ้นวันละไม่ต่ำ 1 เมตร และทะเลสาบดอยเน่าได้หวนกลับคืนมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงามอีกครั้งหนึ่ง
ทางคุณสุรนันท์ฯผู้ประกอบการเรือนแพธารทิพย์ ที่เก่าแก่มานานในทะเลสาบดอยเต่า กล่าวว่าในช่วงนี้เศรษฐกิจใน อ.ดอยเต่าได้กระเตื้องขึ้นมา ทั้งผู้ประกอบการเรือนแพ ,ผู้มีอาชีพประมงน้ำจืด รวมถึงพ่อค้าแม่ค้า อาหารแปรรูปจากปลา เป็นต้นได้ลืมตาอ้าปาก ในแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวมาสัมผัสอากาศที่เป็นธรรมชาติเย็นร่มรื่น มีทิวทัศน์ที่สวยงาม ชิมลิ้มรสอาหารประเภทปลาจากทะเลสาบดอยเต่า ทั้งมาเช้าเย็นกลับ หรือ มาพักแรมเป็นหมู่คณะ
คุณสุรนันท์ฯกล่าวอีกว่า เรือนแพธารทิพย์ มีบริการเรือนแพลากจูงไปพักแรมกลางน้ำ เรือนแพลากจูงไปยังไปนมัสการวัดพระธาตุแก่งสร้อย หน้าเขื่อนภูมิพล จ.ตาก ระยะทางประมาณ 190 กิโลเมตร เดินทางด้วยเรือลากจูง ใช้เวลา 2 วัน 1 คืน (ไป-กลับ) ยอมรับว่าค่าใช้จ่ายค่อนข้างแพง แต่ก็คุ้มเพราะบรรยากาศสองฟากฝั่งสวยงามมาก
ในช่วงเดือนเมษายน ที่วัดพระธาตุแก่งสร้อย มีการจัดงานประเพณีสงกรานต์ มีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมกันมาก ราคาเรือนแพลากจูงก็จะลดลง
ขณะนี้อยู่ในช่วงน้ำหลาก น้ำในทะเลสาบดอยเต่าขุ่นมัวจึงเป็นที่นิยมของนักตกเบ็ดตกปลา ทางรือนแพธารทิพย์ก็มีเรือนไว้บริการเช่นกัน
น้ำในทะเลสาบดอยเต่า จะสวยงามเป็นสีเขียวมรกต จะอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมทะเลสาบดอยเต่าตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียด ได้ที่ 098-7586218 (สุรนันท์)




ร่วมแสดงความคิดเห็น