ก.เกษตร ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจเกษตรกร เร่งขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ก่อนเกิดภัย เพื่อเข้าถึงสิทธิการช่วยเหลือจากภาครัฐ”
วันที่ 23 กันยายน 2569 เวลา 13.30น.นางสาวศรีโสดา โกฏคำลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมนายเสน่ห์แสงคำ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ นางสาวพีรดี เหมวิรัช เกษตรอำเภอดอยเต่า ลงพื้นที่ขับเคลื่อนการดำเนินงานข่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร มอบสมุดทะเบียนเกษตรกร และขึ้นทะเบียนเกษตรกรเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรเข้าถึงสิทธิ์ทางภาครัฐ เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาคาดการณ์ผลผลิต และยังเป็นการดำหนดนโยบายด้านการเกษตร การจัดทำแผนงานต่างๆ ให้ตรงต่อความต้องการในพื้นที่และยังมีมาตรการข่วยเหลือเมื่อผลผลิตออกสู่ตลาดมาก โดยอาศัยข้อมูลของการขึ้นทะเบียนเกษตรกรนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้วงเวลานี้มีการเปลี่ยนแปลง ของสภาพภูมิอากาศ กำลังเคลื่อนสู่ฤดูแล้งพรรณพืชที่ปลูกอาจจะได้รับผลกระทบ จึงขอให้เกษตรกรสำรองแหล่งน้ำ เกษตรให้เพียงพอรักษาความชุ่มชื้นผิวดิน หากพืชพันธุ์ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติ โดยติดต่อขอรับการช่วยเหลือจากสำนักงานเกษตรอำเภอ ใกล้บ้านท่าน
ส่วนประเด็นสำคัญที่เน้นย้ำ คือ การขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบัน โดยเกษตรกรต้องดำเนินการก่อนเกิดภัย เนื่องจากสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนอาจส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร หากเกิดภัยพิบัติ เกษตรกรที่มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือต้องมีการขึ้นทะเบียนเกษตรกรและปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันก่อนเกิดภัย และพื้นที่ได้รับความเสียหายจริงต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือ
สำหรับหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ด้านพืช ตามหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569 ซึ่งใช้บังคับสำหรับภัยที่เกิดตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป มีอัตราการช่วยเหลือ ดังนี้
- ข้าว อัตรา 2,240 บาทต่อไร่
- พืชไร่และพืชผัก อัตรา 3,180 บาทต่อไร่
- ไม้ผล ไม้ยืนต้น และอื่น ๆ อัตรา 6,800 บาทต่อไร่ กรณีไม้ผลและไม้ยืนต้นได้รับความเสียหายจนชะงักการเจริญเติบโต อัตรา 3,400 บาทต่อไร่ โดยเมื่อรวมกับกรณีเสียหายสิ้นเชิงแล้ว ต้องไม่เกิน 30 ไร่
- กรณีแปลงปลูกพืชถูกดินหรือโคลนทับถม อัตรา 16,000 บาทต่อไร่ ไม่เกิน 5 ไร่
สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่จึงขอประชาสัมพันธ์และเน้นย้ำให้เกษตรกรในพื้นที่ เร่งตรวจสอบและขึ้นทะเบียนเกษตรกร รวมถึงปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบันก่อนเกิดภัย เพื่อให้ข้อมูลการเกษตรมีความถูกต้อง สามารถใช้เป็นฐานข้อมูลในการวางแผนส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร ตลอดจนเป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาให้ความช่วยเหลือเกษตรกรตามหลักเกณฑ์ของทางราชการเมื่อเกิดภัยพิบัติ




ร่วมแสดงความคิดเห็น