อย่าหาทำ! ตำรวจ สภ.ฮอด จับคาหนังคาเขา ชายวัย 41 ปี ขณะงัดแผ่นเหล็กยึดเสารางข้างถนน

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.วรเชษฐ สกิจกัน ผกก.สภ.ฮอด ,พ.ต.ท.ณัฐฐ์ฐนนท์ เขื่อนแก้ว รอง ผกก.ป.สภ.ฮอด ,พ.ต.ท.ณฐชนม์ ชัยชาญ สวป.สภ.ฮอด ได้รับแจ้งเบาะแสสำคัญจากพลเมืองดีว่า พบบุคคลลต้องสงสัยกำลังลงมืองัดแงะโครงสร้างความปลอดภัยบนท้องถนน จึงสั่งการให้ ร.ต.ท.นิคม ยะแสง
สว(ป.)สภ.ฮอด หัวหน้าชุดปฏิบัติการ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่รีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วน
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 15.20 น.ของวันเดียวกัน ณ บริเวณทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
108 สายฮอด-แม่สะเรียง บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 107 ต.หางดง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุ พบชายกำลังลงมืองัดแงะแผ่นเหล็กยึดเสาราง(Block Out)อยู่จริง จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอทำการตรวจสอบ ทราบชื่อในเวลาต่อมาคือ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 41 ปี ชาว ต.สบเตี๊ยะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่

ทำการตรวจค้นและของกลางที่ยึดได้
ก่อนทำการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจจนเป็นที่พอใจแก่ผู้ต้องหา ซึ่งนายเอ ยินยอมให้ตรวจ
ค้นแต่โดยดี ผลการตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุและรถจักรยานยนต์พ่วงท้าย (รถชาเล้ง) ของผู้ต้องหา พบของ
กลางและอุปกรณ์ในการกระทำความผิดจำนวนมากประกอบด้วย

1.เหล็กยึดเสาราง (Block Out) จำนวน 18 ชิ้น
2.แผ่นปะกับการ์ดเรล (Steel sheet plate) จำนวน 2
3.น็อตยึดเสาราง จำนวน 36 ชิ้น

อุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อเหตุ
1.ประแจเลื่อนขนาด 10 นิ้ว
2.ค้อนหัวเหล็กด้ามไม้ จำนวน 1 ด้าม

เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดสิ่งของทั้งหมดไว้เป็นของกลางในคดีคำรับสารภาพและการขยายผลทางคดี

จากการสอบสวนปากคำเบื้องต้น นายเอ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยยอมรับว่าตนกำลังลงมืองัดแงะเหล็กเสาราง (Block Out) ดังกล่าวจริง
และทำลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง
นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังยอมรับเพิ่มเติมด้วยว่า เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 15.00 น. ตนเพิ่งจะ
ก่อเหตุลักทรัพย์เหล็กแผ่นยึดเสารางจำนวน 1 กระสอบ จากริมถนนเส้นทางเดียวกันบริเวณหลักกิโลเมตรที่
108 ก่อนจะนำไปตระเวนจำหน่ายได้เงินสดมาประมาณ 200 บาท

จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งร.ต.อ.ชราวุธ ปานเชียวชาญ รอง สว.สอบสวน สภ.ฮอด ดำเนินคดี ในข้อหา “ลักทรัพย์ที่มีไว้เพื่อสาธารณะประโยชน์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม” และจะทำการสืบสวนขยายผลต่อไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น