น่าน ศุลกากรสนธิกำลัง รวบสาว สปป.ลาว คาด่านห้วยโก๋น หลังพบ “คอลลาเจน” คาดมีสารต้องสงสัยยาเสพติด ผู้ปกครองต้องเฝ้าระวังยาเสพติดในรูปแบบใหม่ อ้างรับจ้างขนของส่งคนไทยปลายทาง จ.ตาก ค่าจ้าง 15,000 บาท พบพอตไฟฟ้าอีกกว่า 50 ชิ้น เจ้าหน้าที่เร่งตรวจพิสูจน์สารอย่างละเอียด
ศุลกากรสนธิกำลังหลายหน่วย รวบสาว สปป.ลาว คาด่านห้วยโก๋น พบคอลลาเจน 131 ซอง ผลตรวจเบื้องต้นพบเป็นสารต้องสงสัยยาเสพติด พร้อมบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมาก เจ้าตัวอ้างรับจ้างขนของไปส่งคนไทยที่ จ.ตาก ได้ค่าจ้าง 15,000 บาท เจ้าหน้าที่เตือนผู้ปกครองเฝ้าระวังยาเสพติดแฝงมากับผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่
เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่ศุลกากรและหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดน่าน สนธิกำลังเข้มงวดตรวจสอบบุคคนและสัมภาระบริเวณ ช่องทางเดินเท้าขาเข้า ด่านพรมแดนห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ก่อนตรวจสอบพบหญิงชาว สปป.ลาว ลักลอบนำผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าเป็น “คอลลาเจน” และบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาในราชอาณาจักรไทย
การปฏิบัติการครั้งนี้นำโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายควบคุมและตรวจสอบทางศุลกากร ร่วมกับฝ่ายสืบสวนและปราบปราม สำนักงานศุลกากรภาคที่ 3 ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดน่าน ตำรวจภูธรจังหวัดน่าน สภ.เฉลิมพระเกียรติ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 325 กองร้อยทหารพรานที่ 3202 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและสาธารณสุขในพื้นที่
ขณะเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบผู้เดินทางขาเข้า พบ Mrs. IA (นามสมมุติ) สัญชาติลาว ซึ่งผ่านขั้นตอนตรวจลงตราเข้าประเทศจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดน่านเรียบร้อยแล้ว กำลังลากกระเป๋าเดินทางสีเขียวผ่านจุดตรวจ เจ้าหน้าที่ศุลกากรจึงขอตรวจค้นตามอำนาจหน้าที่ ผลการตรวจค้นพบของกลางหลายรายการ ประกอบด้วย
ผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า COLLAGEN ซองสีดำ ตรา ROLLS-ROYCE ขนาด 64 กรัม จำนวน 32 ซอง น้ำหนักรวมประมาณ 2.04 กิโลกรัม
ผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า COLLAGEN ซองสีชมพู ตราวัวกระทิง ขนาด 64 กรัม จำนวน 99 ซอง น้ำหนักรวมประมาณ 6.33 กิโลกรัม
บุหรี่ไฟฟ้าพร้อมสูบแบบใช้แล้วทิ้ง ยี่ห้อ Pilot Vape Max Pro 6000 Puff จำนวน 50 ชิ้น น้ำหนักรวมประมาณ 3.15 กิโลกรัม
บุหรี่ไฟฟ้าพร้อมสูบแบบใช้แล้วทิ้ง ยี่ห้อ Iambelee 20000 Puff จำนวน 2 ชิ้น น้ำหนักรวมประมาณ 0.17 กิโลกรัม
บุหรี่ไฟฟ้าพร้อมสูบแบบใช้แล้วทิ้ง ยี่ห้อ EICE BOOM 36K จำนวน 2 ชิ้น น้ำหนักรวมประมาณ 0.23 กิโลกรัม
โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง
เจ้าหน้าที่ได้นำผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าเป็นคอลลาเจนทั้ง 2 รายการไปตรวจสอบด้วยชุดทดสอบสารเสพติดเบื้องต้นต่อหน้าผู้ถูกตรวจค้น ผลการทดสอบมีการเปลี่ยนสีเป็นน้ำตาลดำ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า ผลดังกล่าวเป็นเพียงการทดสอบเบื้องต้นและสันนิษฐานว่าอาจเกี่ยวข้องกับสารเสพติดประเภทเอ็กซ์ตาซี (Ecstasy) จึงจำเป็นต้องส่งตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์โดยละเอียดเพื่อยืนยันชนิดและปริมาณสารอีกครั้ง
จากการสอบถาม Mrs. IA (นามสมมุติ) ให้การเบื้องต้นว่า ของกลางดังกล่าวไม่ใช่ของตนเอง แค่ได้รับการว่าจ้างให้นำมาส่งให้กับบุคคลชาวไทยในพื้นที่จังหวัดตาก โดยหากสามารถส่งมอบสินค้าเสร็จ จะได้รับค่าตอบแทนจำนวน 15,000 บาท
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการนำเข้ายาเสพติดและการนำของเข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังไม่ผ่านพิธีการศุลกากร ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังนำตัวผู้ต้องหาไปตรวจสารเสพติดในปัสสาวะที่ด่านหนองเขียว ผลการตรวจเบื้องต้นพบสารให้ผลเป็นบวก อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาให้การว่าไม่ได้เสพยาบ้า แต่ระบุว่าเคยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผสมกับผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับคอลลาเจน ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงและชนิดของสารอย่างละเอียด
เจ้าหน้าที่เตือนภัยยาเสพติดรูปแบบใหม่
เจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปรามยาเสพติดและหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนจังหวัดน่าน เตือนประชาชนและผู้ปกครองให้เพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากพบการนำผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะคล้ายอาหารเสริมหรือผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพมาใช้เป็นสิ่งปกปิดหรืออาจมีการลักลอบผสมสารที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท
โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและผู้ที่ท่องเที่ยวตามสถานบันเทิง ควรหลีกเลี่ยงการทดลองผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา รวมถึงเครื่องดื่มหรือผลิตภัณฑ์ที่มีผู้กล่าวอ้างว่าสามารถทำให้เกิดอาการมึนเมาหรือมีฤทธิ์คล้ายยาเสพติด
ทั้งนี้ ประเด็นที่ระบุว่ามี “คอลลาเจนผสมยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน” รวมถึงการแพร่ระบาดในพื้นที่ชายแดน ยังควรรอผลการตรวจพิสูจน์ทางห้องปฏิบัติการและข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนยืนยันว่าเป็นสารชนิดใดและมีการแพร่ระบาดในระดับใด เพื่อป้องกันการสื่อสารข้อมูลที่คลาดเคลื่อน
เจ้าหน้าที่ฝากเตือนผู้ปกครองให้หมั่นสังเกตพฤติกรรมของบุตรหลาน โดยเฉพาะสิ่งของหรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา และหากพบผลิตภัณฑ์ต้องสงสัย ไม่ควรทดลองรับประทานหรือเปิดบรรจุภัณฑ์เอง ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย
คดีดังกล่าวอยู่ระหว่างการสอบสวนและตรวจพิสูจน์ของกลาง เพื่อขยายผลถึงแหล่งที่มา ผู้ว่าจ้าง และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป




ร่วมแสดงความคิดเห็น