ป.ป.ท. ยกคณะชุดใหญ่ ลงพื้นที่ติดตาม “การจัดงานสงกรานต์ท้ายเขื่อนแม่กวง 2569”

ป.ป.ท. ยกคณะชุดใหญ่ ลงพื้นที่ติดตาม “การจัดงานสงกรานต์ท้ายเขื่อนแม่กวง 2569” ประธาน ป.ป.ท. นำทีมมาเอง เผย ไม่ได้มาดำเนินคดีกับใคร มาเพื่อแนะนำแก้ปัญหา ย้ำชัดเรื่องความโปร่งใสการจัดงาน ประชาชนไม่เคลือบแคลง รับที่น่ากังวลคือ ความปลอดภัย กำชับต้องไม่มีแอลกอฮอล์ ด้าน รองเลขาธิการ ป.ป.ท. ซัดแรง “4 หน่วยงานที่เข้ามาในเชิงพื้นที่ ต้องให้ความกระจ่างเรื่องการบริหารจัดการ 2 เรื่องสำคัญ “ความปลอดภัย” กับ “เรื่องผลประโยชน์”

วันที่ 29 กันยายน 2569 ที่ห้องประชุมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กวงอุดมธารา นายอำนาจ พวงชมภู ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ พร้อมด้วย คณะกรรมการ ป.ป.ท. รองเลขาธิการ ป.ป.ท. ผู้อำนวยการ ป.ป.ท. เขต 5 และเจ้าหน้าที่จากสำนักงาน ป.ป.ท. และ ป.ป.ท.ภาค 5 ประชุมร่วมกับติดตามการใช้พื้นที่บริเวณอุโมงค์ส่งน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธาราเพื่อดำเนิน
กิจกรรมประเพณีสงกรานต์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมี นายเฉลิมเกียรติ อินทกนก ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กวงอุดมธารา พร้อมด้วยข้าราชการ เจ้าหน้าที่ โครงการฯ ผู้แทนจาก อบจ.เชียงใหม่, สจป.1 เชียงใหม่, เทศบาลตำบลลวงเหนือ, เทศบาลตำบลหนองแหย่ง, กอ.รมน.จ.เชียงใหม่, คณะกรรมการธรรมาภิบาลเชียงใหม่ ร่วมประชุมและให้ข้อมูลในส่วนที่รับผิดชอบต่อที่ประชุม

ทั้งนี้เสร็จสิ้นการประชุม คณะจากที่ประชุมฯ ได้ร่วมกันลงดูสถานที่ที่เคยจัดงานประเพณีสงกรานต์ 2569 บริเวณท้ายเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ซึ่ง นายอำนาจ พวงชมภู ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ประธาน ป.ป.ท.) ได้เปิดเผยผ่านสื่อมวลชน ว่า การที่มาติดตามงานในวันนี้สืบเนื่องจาก ป.ป.ท. เขต 5 ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในเรื่องการจัดงานสงกรานต์บริเวณท้ายเขื่อนแม่กวงฯ ในปีที่ผ่านๆ มา การบูรณาการหน่วยงานในพื้นที่อาจจะเกิดปัญหาบางประการ อาทิ ปัญหาในเรื่องความปลอดภัย ปัญหาการขออนุญาตใช้พื้นที่ ปัญหาของงานที่จะสร้างความเสียหายให้กับระบบชลประทานหรือไม่ ปัญหาเรื่องขยะ การจราจร การจะให้ประชาชนเข้ามาใช้พื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องร้านค้า ซึ่งเป็นปัญหาที่จะต้องอาศัยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมกัน ทำควาเข้าใจต่อกัน เพื่อให้การจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

“จาการประชุมได้เห็นความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ เชื่อว่าการจัดงานครั้งต่อๆ ไป จะดำเนินการได้อย่างสมบูรณ์ไม่เกิดปัญหา ประชาชนไม่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งหากมีปัญหา ทาง ป.ป.ท. ก็จะได้ช่วยแนะนำแก้ไขปัญหาต่อๆ ไป ซึ่ง ป.ป.ท. ได้แนะนำในหลายๆ เรื่อง ซึ่งที่สุดจะต้องมีการพูดคุยกันในหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ประเด็นสำคัญคือ ความโปร่งใสในการที่จะจัดงาน ไม่ให้ประชาชนเคลือบแคลง ที่สำคัญที่น่ากังวลคือ เรื่องความปลอดภัยของคนที่มาร่วมงาน จะต้องไม่มีคนที่มาร่วมงานได้รับอันตรายหรือเสียชีวิตจากการจัดงาน รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเรื่องต้องห้ามเด็ดขาด หาไม่อาจเกิดปัญหา ควบคุมได้ยาก” ประธาน ป.ป.ท. กล่าว

นายอำนาจฯ กล่าวต่อว่า การจะจัดงานในครั้งต่อๆ ไป ต้องมีการพูดคุยกัน บูรณาการกัน แบ่งแยกหน้าที่ความรับผิดชอบให้ชัด อย่างเช่น เรื่องการจราจร เป็นหน้าที่ของ ตำรวจ เรื่องการขออนุญาต-การจัดพื้นที่ เจ้าภาพในการจัดเป็นใคร เหล่านี้หากมีการได้มาพูดคุยหารือกัน ตกลงร่วมกัน ซึ่งผู้ใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งได้เสนอข้อแนะนำเพื่อปฏิบัติ 10 ประการ หากน้ำข้อเสนอแนะเหล่านั้นปฏิบัติให้เกิดผลจริงจัง เชื่อว่างานในปีต่อๆ ไปคงไม่เกิดปัญหา

“คณะกรรมการ ป.ป.ท. ที่มาครั้งนี้ เป็นการป้องปราม ป้องกัน เป็นการปฏิบัติตามอำนาจและหน้าที่ของ ป.ป.ท. ซึ่งหากประชาชนชนได้รับความเดือดร้อนจากหน่วยงานของรัฐ คณะกรรมการ ป.ป.ท. ก็มีอำนาจที่จะเสนอแนะหน่วยงานดำเนินการที่เกี่ยวข้องว่าควรจะมีการแก้ไขปรับปรุงอย่างไรเช่นใด ภาพรวมที่ได้รับฟังในวันนี้ปัญหาที่พบมีน้อยมาก ซึ่งไม่ควรให้เกิดขึ้นอีกในปีหน้า ปี 2570” นายอำนาจ พวงชมภู ประธาน ป.ป.ท. กล่าวในที่สุด

ด้าน นายเอกชัย เกษมสุขธวัช รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. กล่าวเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่และการลงพื้นที่มาติดตามเรื่องในวันนี้ ว่า ขอย้ำก่อนว่าการที่ ป.ป.ท. มาติดตามเรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ สืบเนื่องจาก ป.ป.ท. เขต 5 ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนตั้งแต่ปี 2567 ว่าได้รับความเดือนร้อน กระทั่ง 2 ปีผ่านไป ป.ป.ท. ได้รับทราบถึงข้อมูลปัญหาความเดือนร้อน และการที่เข้ามาไม่ใช่จะมาดำเนินคดีกับใคร แต่เป็นการเข้ามาตามอำนาจหน้าที่ เป็นการเข้ามาดูเรื่องปัญหาความเดือนร้อนของประชาชน

“สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นและจากการให้ข้อมูลจากโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กวงอุดมธารา ปัจจัยที่พบคือ ได้มีการแก้ไขปัญหา หากแต่การแก้ไขปัญหานั้นยังไม่ได้นำสู่การแก้ไขปัญหาที่แท้จริง ประการที่ 1 ยังมีเรื่องผลประโยชน์เกี่ยวข้องหรือไม่อย่างไร ซึ่งยังไม่มีความชัดเจน ประการที่ 2 เรื่องความปลอดภัย ยังไม่ได้ข้อยุติ ประการที่ 3 การดำเนินการเกี่ยวกับพื้นที่ ยังไม่ได้ข้อยุติ สำหรับหน่วยงานที่ขอใช้พื้นที่คือ อบจ. ได้ขออนุญาตใช้พื้นที่ ส่วนผู้อนุญาตคือ กรมป่าไม้ ต้องถามว่า การอนุญาตให้ใช้พื้นที่โดยชอบ และถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่อย่างไร เมื่อใช่ ก็จะเข้าสู่ประเด็นที่ว่า การเข้าใช้พื้นที่ต้องปฏิบัติอย่างไรให้ถูกต้องตามระเบียบในการใช้พื้นที่ของกรมป่าไม้ ประการสุดท้ายคือ ชลประทานในฐานะผู้ขอใช้พื้นที่ในลำดับต้น และเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบพื้นที่ จะเกี่ยวข้องอย่างไรกับเรื่องนี้หรือไม่อย่างไร เพราะหากว่าไม่ได้คำตอบเรื่องต่างๆ เหล่านี้ จะไม่สามารถที่จะดำเนินการควบคุมผู้ประกอบการหรือประชาชนที่จะเข้ามาในพื้นที่ได้ เพราะประชาชนจะเข้ามาในเขตป่าสงวนโดยตรง คือทำไม่ได้ แต่พื้นที่ตรงนี้ก็ไม่ใช่ของกรมป่าไม้โดยตรง เพราะยังอยู่ในความดูแลของกรมชลประทานที่ดูแลสำหรับเพื่อการชลประทาน ท้ายสุดหากทุกหน่วยที่มาประชุมจะทำเพื่อประชาชน แต่ยังกลับมีประเด็น ซึ่งก็ต้องย้อนกลับไปที่กล่าวไว้แต่ต้น ประการแรก ความปลอดภัยยังไม่มีเกิดขึ้น ประการที่ 2 ยังมีปัญหาเรื่องผลประโยชน์เกิดขึ้นต่อเนื่อง เพราะฉะนั้น ทั้ง 4 หน่วยงานที่เข้ามาในเชิงพื้นที่ จะต้องให้ความกระจ่างว่า สามารถบริหารจัดการเรื่องเหล่านี้ได้หรือไม่” รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. กล่าว

ร่วมแสดงความคิดเห็น