เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 4 (เชียงของ–ห้วยทราย) อ.เชียงของ จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 (สอท.4) ร่วมกับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) สถานีเรือเชียงของ, ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.32), ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันรับตัวคนไทยที่ถูกดำเนินคดีเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์และผลักดันกลับประเทศ จำนวน 76 คน และผู้ต้องหาในคดีลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฏหมายอีก 2 ราย รวมผู้ต้องหาที่ส่งมอบทั้งหมดจำนวน 78 ราย จากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว
การปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.เดโช โสสุวรรณากุล ผบก.ตม.5 และ พ.ต.อ.ภัทรพงศ์ อินวรรณา ผกก.ด่าน ตม.เชียงแสน โดยมอบหมายให้ พ.ต.ท.กฤตวัตน์ อำนาจ รอง ผกก.ด่าน ตม.เชียงแสน นำกำลังเข้าดำเนินการประสานงานรับตัว
จากการตรวจสอบ กลุ่มคนไทยที่ถูกผลักดันกลับจำนวน 76 คน แบ่งเป็นชาย 37 คน และหญิง 39 คน ทั้งหมดถูกดำเนินคดีใน สปป.ลาว ในข้อหาเกี่ยวกับฉ้อโกงทางโทรศัพท์ (แก๊งคอลเซ็นเตอร์) ลักลอบประกอบอาชีพ และลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งเมื่อส่งกลับมาถึงฝั่งไทย ได้เข้าสู่กระบวนการคัดกรองตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism: NRM) เบื้องต้นยังไม่พบพฤติการณ์ที่เป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โดยส่วนใหญ่ระบุว่าเดินทางไปทำงานเพราะเห็นประกาศในโซเชียลมีเดีย อ้างรายได้สูงเดือนละ 18,000–25,000 บาท พร้อมฟรีที่พักและอาหาร
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ ตม. ได้นำรายชื่อเข้าตรวจค้นในระบบฐานข้อมูลคดีอาญา พบว่ามีผู้ต้องหาที่มีหมายจับติดตัวในไทยจำนวน 8 ราย (ชาย 4 ราย หญิง 4 ราย) ซึ่งครอบคลุมคดีฉ้อโกงออนไลน์, องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, บัญชีม้า, ลักทรัพย์ และหลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร ดังนี้ 1.นางสาวเสาวลักษณ์ อายุ 24 ปี หมายจับศาลแขวงตรัง ที่ จ87/2566 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง” 2.นางสาวรัตติกาล อายุ 30 ปี หมายจับศาลอาญา ที่ 5067/2569 (บก.ปอท.) ข้อหา “ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่นฯ, หลอกลวงนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ, สมคบและร่วมกันฟอกเงิน” 3.นายวิศรุต อายุ 29 ปี หมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ 448/2563 ข้อหา “ลักทรัพย์” (จำเลยผิดเงื่อนไขการควบคุมความประพฤติ)
4.นายสุวิชัย อายุ 25 ปี มีหมายจับรวม 4 หมาย ได้แก่ ศาลจังหวัดปัตตานี ที่ จ 353/2564 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง” ศาลอาญา ที่ ค 1050/2565 (สน.วังทองหลาง) ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และนำข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบฯ” ศาลแขวงชลบุรี ที่ 314/2566 (สภ.พนัสนิคม) ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง, นำข้อมูลคอมพิวเตอรลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบฯ” ศาลจังหวัดราชบุรี ที่ 311/2567 (สภ.โพธาราม) ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และนำข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบฯ”
5.นายณัฐดนัย อายุ 21 ปี หมายจับศาลจังหวัดศรีสะเกษ ที่ จ701/2568 (สภ.อุทุมพรพิสัย) ข้อหา “เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, นำข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบฯ และยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีธนาคาร (บัญชีม้า) เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” 6.นางสาวศิริลักษณ์ อายุ 29 ปี มีหมายจับรวม 2 หมาย ได้แก่ ศาลจังหวัดระยอง ที่ 185/2568 (สภ.ปลวกแดง) ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และนำข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบฯ” ศาลอาญา ที่ 1291/2569 (กก.2 บก.ปปป.) ข้อหา “มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันเป็นช่องโจร, สมคบและร่วมกันฟอกเงิน, เป็นธุระจัดหา โฆษณา ให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่า บัญชีเงินฝาก บัญชีอิเล็กทรอนิกส์ (บัญชีม้า)”
7.นางสาวจีราภรณ์ อายุ 31 ปี หมายจับศาลจังหวัดระยอง ที่ 216/2567 (สภ.เพ) ข้อหา “ลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างหรือที่อยู่ในความครอบครองของนายจ้างในเวลากลางคืน” 8.นายตะวัน อายุ 23 ปี หมายจับศาลจังหวัดสระแก้ว ที่ จ 389/2568 (สภ.โคกสูง) ข้อหา “เป็นทหารกองเกินซึ่งได้รับหมายเรียกของนายอำเภอแล้ว หลีกเลี่ยง ขัดขืน ไม่มาให้คณะกรรมการตรวจเลือกทำการตรวจเลือกตามกำหนด”
เจ้าหน้าที่ได้ทำการอายัดตัวผู้ต้องหาที่มีหมายจับทั้ง 8 ราย เพื่อส่งมอบตัวให้ท้องที่เจ้าของคดีดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป ส่วนผู้ถูกส่งกลับรายอื่นได้ดำเนินการบันทึกประวัติและปล่อยตัวกลับภูมิลำเนา ทั้งนี้ ผู้ต้องหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
ด้าน ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน ได้ออกประกาศเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการถูกหลอกลวงไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะงานที่อ้างว่าให้ผลตอบแทนสูง ทำงานง่าย ไม่ต้องใช้ทักษะหรือประสบการณ์ เพราะเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ หรือถูกหลอกไปทำหน้าที่เป็นสายโจรและใช้บัญชีธนาคารเป็น “บัญชีม้า” ซึ่งมีโทษทางอาญาแรง หากสงสัยควรตรวจสอบข้อมูลกับกระทรวงแรงงานหรือหน่วยงานรัฐก่อนเดินทางทุกครั้ง




ร่วมแสดงความคิดเห็น