กรมอุทยานฯ สั่งรับมืออุทกภัยเร่งด่วน อธิบดีฯ ป้ายแดง “ยงยุทธ” มอบ 9 แนวทางเชิงรุก

กรมอุทยานฯ สั่งรับมืออุทกภัยเร่งด่วน อธิบดีฯ ป้ายแดง “ยงยุทธ” มอบ 9 แนวทางเชิงรุก ยกระดับองค์กรทุกมิติ ชูนวัตกรรมป้องกันป่า ไฟป่า ย้ำธรรมาภิบาล ตามนโยบาย ทส. สั่งชัด “ข้อห้าม 3 ประการ” ทุกระดับถือปฏิบัติเข้มงวด บุกรุกที่ดินป่าไม้ ตัดไม้ทำลายป่า ค้าหรือล่าสัตว์ป่า ห้ามเด็ดขาด หากพบ… ดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด

วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เวลา 16.00 น. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จัดการประชุมคณะผู้บริหารกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ครั้งที่ 4/2569 ณ ห้องประชุม ชั้น 4 อาคารอเนกประสงค์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และผ่านระบบ video conference (Zoom) โดยมี นายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นายนรินทร์ ประทวนชัย ดร.แสงจันทร์ วายทุกข์ รองอธิบดีฯ คณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างเร่งด่วน พร้อมกล่าวมอบแนวทางการปฏิบัติงานเชิงรุกเป็นครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ โดยมุ่งเน้นการยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการองค์กรในทุกมิติ ให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนร่วมพิจารณาเตรียมการจัดงานวันคล้ายวันสถาปนากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ครบรอบ 24 ปี

นายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุด โดยเร่งระดมกำลังพล อุปกรณ์ และยานพาหนะ เข้าบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างเต็มกำลัง พร้อมกันนี้ ได้มอบข้อสั่งการเด็ดขาดเกี่ยวกับข้อห้าม 3 ประการ ให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับถือปฏิบัติอย่างเข้มงวด ได้แก่ ห้ามยุ่งเกี่ยวกับการบุกรุกถือครองที่ดินป่าไม้ การลักลอบตัดไม้ทำลายป่า และการค้าหรือล่าสัตว์ป่าผิดกฎหมายโดยเด็ดขาด ซึ่งหากพบผู้กระทำผิดจะถูกดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด

“การทำงานของกรมอุทยานฯ ต่อจากนี้ จะมุ่งเน้นการขับเคลื่อนแนวทางเชิงรุกเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยน้อมนำงานพระราชดำริและโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์มาสืบสานอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของงานป้องกันไฟป่า ให้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่และนวัตกรรม เช่น ระบบสารสนเทศ แอปพลิเคชัน เทคโนโลยีจำลอง และระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) มาใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่ป่าและการหาแหล่งน้ำ ตลอดจนสนับสนุนเจ้าหน้าที่รุ่นใหม่ให้ทดลองใช้นวัตกรรมเพื่อลดความเสี่ยงในการปฏิบัติงานและลดภาระงบประมาณระยะยาว ควบคู่กับการคงเครือข่ายเฝ้าระวังปัญหาสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่ ทั้ง ช้างป่า ลิง และกระทิง พร้อมเร่งกลไกการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบให้รวดเร็ว” อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าว

นายยงยุทธฯ กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานฯ ให้ยกระดับมาตรฐานสิ่งอำนวยความสะดวกและรักษาสภาพแวดล้อมอย่างเข้มข้น มุ่งเน้นการยกระดับสุขอนามัยโดยการปรับปรุงห้องน้ำในพื้นที่บริการนักท่องเที่ยวให้ถูกสุขลักษณะ สะอาด และมีมาตรฐานปลอดภัย ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม มีการจัดทำระบบจัดการขยะอย่างครบวงจร เพิ่มการติดตั้งระบบดักจับขยะในลำน้ำเพื่อป้องกันปริมาณขยะสะสม ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด โดยการติดตั้งและใช้ระบบโซล่าเซลล์ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเตรียมความพร้อมรับมือไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5 อย่างบูรณาการ

นายยงยุทธ นาควิโรจน์ กล่าวอีกว่า กรมอุทยานฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลและการบริหารงบประมาณประจำปี 2570 ให้เกิดความคุ้มค่า ตรวจสอบได้ โดยใช้นวัตกรรมดิจิทัลเข้ามาช่วยจัดเก็บเงินรายได้เพื่อความโปร่งใส ในด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ได้เน้นย้ำการสร้างขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยการเร่งรัดจัดทำประกันภัยสวัสดิการและดูแลสุขภาพอย่างทั่วถึง ตลอดจนยึดมั่นระบบคุณธรรม จริยธรรม และความซื่อสัตย์สุจริต เป็นหลักเกณฑ์สำคัญในการพิจารณาเติบโตและก้าวเข้าสู่ตำแหน่งหน้าที่การงาน

“การดำเนินงานตามแนวทางเชิงรุกและการบูรณาการความร่วมมือกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาล นักวิชาการ และชุมชนรอบผืนป่าในครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันปราบปรามการกระทำผิด ลดความสูญเสียจากอุทกภัย บรรเทาปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า และยกระดับคุณภาพชีวิตของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ตลอดจนสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าให้มีความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืนสืบไป” นายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าว

สำหรับ 9 แนวทางสำคัญ ในการบริหารและดำเนินงาน ประกอบด้วย 1. สืบสานงานพระราชดำริ น้อมนำแนวพระราชดำริมาเป็นหลักในการปกป้องและฟื้นฟูธรรมชาติอย่างยั่งยืน 2. ยกระดับการป้องกันป่าอนุรักษ์ เพิ่มประสิทธิภาพการลาดตระเวนและการใช้เทคโนโลยีเพื่อคุ้มครองผืนป่า 3. บริหารจัดการปัญหาสัตว์ป่า แก้ไขและลดความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่าอย่างเป็นระบบและยั่งยืน 4. แก้ไขไฟป่า หมอกควัน และ PM2.5 คุมเข้มมาตรการป้องกันและรับมือวิกฤตไฟป่าเพื่อคืนอากาศบริสุทธิ์ให้ประชาชน 5. พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ยกระดับการท่องเที่ยวในพื้นที่อนุรักษ์อย่างมีมาตรฐาน คุณภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 6. บริหารงบประมาณอย่างคุ้มค่า ใช้จ่ายงบประมาณอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม 7. ดูแลสวัสดิการและพัฒนาบุคลากร สร้างขวัญกำลังใจ ยกระดับคุณภาพชีวิต และพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ทุกระดับ 8. ยึดมั่นระบบคุณธรรม ส่งเสริมคนดี บริหารงานด้วยความเที่ยงธรรม โปร่งใส และสนับสนุนผู้ที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ และ 9. สร้างการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ผนึกกำลังร่วมกับชุมชน เครือข่าย และประชาชนในการดูแลรักษาธรรมชาติร่วมกัน

ร่วมแสดงความคิดเห็น