ชลประทานเชียงใหม่ ขานรับนโยบาย “อนุทิน” เร่งพร่องน้ำ เปิดประตูระบายน้ำตลอดลำน้ำปิง

ชลประทานเชียงใหม่ ขานรับนโยบาย “อนุทิน” เร่งพร่องน้ำ เปิดประตูระบายน้ำตลอดลำน้ำปิง รับมือฝนหนัก 5–7 ต.ค. 69

วันที่ 4 ต.ค. 69 นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1 และ 7 ซึ่งควบคุมดูแลประตูระบายน้ำที่อยู่ในลำแม่น้ำปิง เริ่มตั้งแต่ประตูระบายน้ำท่าวังตาล ตำบลป่าแดด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ไปจนถึงประตูระบายน้ำแม่สอย อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ที่เป็นประตูระบายน้ำตัวสุดท้ายที่จะให้แม่น้ำปิงไหลลงไปยังทะเลสาบดอยเต่า เข้าสู่เขื่อนภูมิพล โดยให้เปิดประตูระบายน้ำ เพื่อให้เหลือช่องว่างในแม่น้ำปิง ในการรองรับพายุฝนที่จะเข้าสู่พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ในห้วงวันที่ 5 – 7 ต.ค. นี้

โดยประตูระบายท่าวังตาล ได้เปิดบานประตู 1 ช่องบาน ปริมาณน้ำไหลผ่านอาคาร 76.67 ลบ.ม.ต่อวินาที ผ่านบันไดปลา 1.00 ลบ.ม.ต่อวินาที รวมปริมาณน้ำไหลลงท้ายน้ำ 77.67 ลบ.ม.ต่อวินาที ที่ประตูระบายน้ำฝายดอยน้อย อำเภอดอยหล่อ เปิด 2 ช่องบาน ปริมาณน้ำไหลผ่านอาคาร ล้นฝาย 0.72 ลบ.ม.ต่อวินาที ผ่านประตูระบายน้ำ 75.57 ลบ.ม.ต่อวินาที รวมปริมาณน้ำไหลลงท้ายน้ำ 76.29 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งได้แจ้งสถานีสูบน้ำด้านเหนือ และด้านท้ายพร้อมผู้เลี้ยงปลากระชัง ให้ติดตามสถานการณ์น้ำ และเฝ้าระวังช่วงระยะ 5 – 7 ต.ค. 69 และประตูระบายน้ำแม่สอย อำเภอจอมทอง เปิดทั้งหมด 10 ช่องบาน ปริมาณน้ำไหลผ่านอาคาร 179.64 ลบ.ม.ต่อวินาที

นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ กล่าวว่า จากข้อมูลของศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ พบว่า ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จะมีฝนตกและฝนตกหนักในบางพื้นที่ โครงการชลประทานเชียงใหม่จึงเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์และบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝน ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงนโยบายของกรมชลประทาน ที่มีข้อสั่งการให้ดำเนินการกำจัดผักตบชวาและวัชพืช ไม่ให้ติดหน้าประตูระบายน้ำ รวมถึงดูแลการระบายน้ำลงลำน้ำหลักไม่ให้มีสิ่งกีดขวาง และการระบายน้ำต้องไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน

ทางโครงการชลประทานเชียงใหม่ จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1 – 8 ติดตามสถานการณ์น้ำท่าและสถานการณ์น้ำฝนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนที่จะตกลงมา พร้อมทั้งกำชับให้อ่างเก็บน้ำที่มีความจุเกิน 80% ตรวจสอบพื้นที่การระบายน้ำด้านท้ายว่าไม่มีผลกระทบต่อบ้านเรือนประชาชน และไม่มีสิ่งกีดขวางทางน้ำ นอกจากนี้ ให้จัดทำแผนที่การระบายน้ำเพื่อใช้ในการปฏิบัติงานและติดตามสถานการณ์ พร้อมรายงานสถานการณ์ทุก 6 ชั่วโมง โดยเฉพาะจุดตรวจวัดน้ำสำคัญ ได้แก่ จุดตรวจวัดระดับน้ำแม่น้ำปิงที่สถานี P20 อำเภอเชียงดาว สถานี P75 ที่บ้านช่อแล ตำบลช่อแล อำเภอแม่แตง และจุดวัดระดับน้ำ P1 สะพานนวรัฐ อำเภอเมืองเชียงใหม่ รวมถึงติดตามระดับน้ำในลำน้ำสาขาสายต่างๆ ทั้งแม่น้ำฝาง แม่น้ำแตง น้ำแม่วาง น้ำแม่ขาน น้ำแม่กลาง และน้ำแม่แจ่ม เพื่อเตรียมพร้อมรับมวลน้ำฝนในช่วงวันที่ 5-7 ต.ค. 69 โดยให้พร่องน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ต่ำ ด้วยการเปิดประตูระบายน้ำ เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำจากลำน้ำสาขาที่จะไหลลงมาสู่แม่น้ำปิง พร้อมแจ้งเตือนสถานีสูบน้ำพลังงานไฟฟ้าทุกสถานี ทั้งเหนือน้ำและท้ายน้ำ ให้เฝ้าระวังและเตรียมพร้อม หากมีการระบายน้ำในช่วงระยะนี้

เมื่อเกิดสถานการณ์ฝนตกหนัก ให้เจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมสำรวจและเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ กำลังพล กระสอบทราย และถุงยังชีพ ให้มีความพร้อมอยู่เสมอ เพื่อสามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนได้อย่างทันท่วงที

ร่วมแสดงความคิดเห็น