“สส.ประสิทธิ์” เร่งช่วยชาวน่านแก้ปัญหาที่ดินทำกิน–ที่อยู่อาศัย ประสานรัฐลงพื้นที่รับฟังปัญหา เดินหน้าพิสูจน์สิทธิ–ออกเอกสารสิทธิ ย้ำประชาชนต้องได้รับความชัดเจนและความเป็นธรรม
“ประสิทธิ์ โนทะ” ผนึกฝ่ายปกครอง–กรมที่ดิน–ส.ป.ก.–ผู้นำชุมชน 17 ตำบลอำเภอเวียงสา รวบรวมปัญหาที่ดินรายพื้นที่ เตรียมเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและประสานหน่วยงานแก้ไข พร้อมขยายการทำงานช่วยเหลือประชาชนทุกอำเภอในพื้นที่รับผิดชอบ
น่าน – นายประสิทธิ์ โนทะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน เขต 2 พรรคกล้าธรรม เดินหน้าผลักดันการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของประชาชนในจังหวัดน่าน โดยให้ความสำคัญกับการรับฟังปัญหาจากประชาชนและผู้นำชุมชนในพื้นที่ พร้อมประสานหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมข้อมูล ตรวจสอบข้อเท็จจริง และหาแนวทางช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาด้านที่ดินอย่างเป็นระบบ
การหารือครั้งนี้มี นายเทิดบุญ ศิลารมณ์ นายอำเภอเวียงสา, นายชุมพล สุทธไชย เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดน่าน, สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดน่าน และสำนักงานที่ดินจังหวัดน่าน สาขาเวียงสา พร้อมด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชนทั้ง 17 ตำบลของอำเภอเวียงสา นำโดย นายอดิศักดิ์ กาซาว ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอเวียงสา ร่วมกันสะท้อนปัญหาและข้อจำกัดด้านที่ดินในแต่ละพื้นที่
ประเด็นที่มีการหารือครอบคลุมทั้ง ปัญหาแนวเขตที่ดิน การพิสูจน์สิทธิ เอกสารสิทธิ การครอบครองและใช้ประโยชน์ที่ดิน ที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกิน ตลอดจนข้อจำกัดที่เกิดจากแนวเขตของพื้นที่รัฐและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
รับเรื่องจากพื้นที่ สู่การประสานหน่วยงานเพื่อช่วยเหลือประชาชน
นายประสิทธิ์กล่าวว่า ปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยเป็นปัญหาที่ประชาชนจำนวนมากประสบมาเป็นเวลานาน และแต่ละพื้นที่มีข้อเท็จจริงแตกต่างกัน จึงไม่สามารถใช้แนวทางเดียวกันในการแก้ไขทุกกรณีได้
สิ่งสำคัญในเบื้องต้นคือ การเปิดช่องให้ประชาชนสามารถสะท้อนปัญหาและนำข้อมูลเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของหน่วยงานที่รับผิดชอบ จากนั้นจึงพิจารณาว่าปัญหาแต่ละรายอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานใด มีเอกสารหรือหลักฐานอะไรบ้าง และสามารถดำเนินการตามกฎหมายในขั้นตอนใดได้
“ประชาชนไม่ได้ต้องการสิทธิที่เกินกว่ากฎหมาย แต่ต้องการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นธรรมและมีคำตอบที่ชัดเจนว่า ที่ดินที่อยู่อาศัยหรือที่ทำกินของตนเองอยู่ในสถานะใด สามารถดำเนินการอะไรได้บ้าง และต้องติดต่อหน่วยงานใด”
นายประสิทธิ์กล่าวว่า หากประชาชนมีคุณสมบัติและข้อเท็จจริงอยู่ในหลักเกณฑ์ตามกฎหมาย ก็ควรได้รับการอำนวยความสะดวกและเร่งรัดกระบวนการตามขั้นตอน เพื่อให้มีเอกสารสิทธิหรือหลักฐานรับรองสิทธิที่ถูกต้องตามกฎหมาย และสร้างความมั่นคงในการอยู่อาศัยและประกอบอาชีพ
ช่วยประชาชนตั้งแต่รับเรื่อง ตรวจสอบเอกสาร ไปจนถึงติดตามผล
แนวทางการช่วยเหลือประชาชนจะมุ่งเน้นการทำงานร่วมกันหลายฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชน กรมที่ดิน สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน หน่วยงานด้านป่าไม้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ข้อมูลของประชาชนสามารถเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของภาครัฐได้อย่างเป็นระบบ
สำหรับประชาชนที่ประสบปัญหาด้านที่ดิน แนวทางเบื้องต้นควรเตรียมข้อมูลและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น
สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน
เอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับที่ดินที่มีอยู่
หลักฐานการครอบครองหรือการใช้ประโยชน์ที่ดิน
หลักฐานการทำกินหรือการอยู่อาศัยในพื้นที่
ข้อมูลตำแหน่งและแนวเขตที่ดิน
ภาพถ่ายพื้นที่และสภาพการใช้ประโยชน์
เอกสารหรือหลักฐานการติดต่อกับหน่วยงานราชการที่ผ่านมา
รายละเอียดปัญหาและความต้องการของประชาชนแต่ละราย
จากนั้นสามารถนำข้อมูลเข้าสู่กระบวนการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาว่า กรณีใดสามารถดำเนินการสำรวจ รังวัด ตรวจสอบแนวเขต พิสูจน์สิทธิ หรือขอออกเอกสารสิทธิได้ และกรณีใดมีข้อจำกัดตามกฎหมายที่ต้องดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติม
ทั้งนี้ การมีเอกสารหรือหลักฐานการครอบครองไม่ได้หมายความว่าจะสามารถออกโฉนดได้ทุกกรณี เพราะต้องตรวจสอบสถานะของที่ดิน แนวเขต และหลักเกณฑ์ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นรายกรณี
น่านมีโครงการเดินสำรวจออกโฉนด ปี 2569 ต้องเร่งใช้โอกาสช่วยประชาชน
ปัจจุบันจังหวัดน่านอยู่ในพื้นที่ดำเนินโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินของกรมที่ดิน ประจำปี 2569 ขณะเดียวกัน ส.ป.ก.น่านมีช่องทางให้บริการเกี่ยวกับ คำขอออกโฉนดเพื่อการเกษตร สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติและอยู่ในหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
นายประสิทธิ์เห็นว่า ช่วงเวลานี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการ เชื่อมโยงข้อมูลของประชาชนกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อให้ผู้ที่มีสิทธิและคุณสมบัติครบถ้วนได้รับการตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม การดำเนินการออกเอกสารสิทธิต้องเป็นไปตามกฎหมายและต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงของที่ดินแต่ละแปลง โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ของรัฐ พื้นที่ป่าไม้ เขตปฏิรูปที่ดิน หรือพื้นที่ที่มีแนวเขตทับซ้อน จำเป็นต้องอาศัยการตรวจสอบจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรง
17 ตำบลเวียงสา ร่วมสะท้อนปัญหา เพื่อให้รัฐเห็นปัญหาจริงในพื้นที่
อำเภอเวียงสามีพื้นที่รับผิดชอบ 17 ตำบล การรวบรวมข้อมูลจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชนจึงมีความสำคัญ เพราะแต่ละตำบลมีลักษณะปัญหาที่แตกต่างกัน ทั้งเรื่องแนวเขต การถือครอง เอกสารสิทธิ การใช้ประโยชน์ และข้อจำกัดจากพื้นที่ของรัฐ
การรับข้อมูลจากพื้นที่จะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปประกอบการตรวจสอบและพิจารณาแนวทางแก้ไขได้ตรงกับสภาพปัญหามากขึ้น ขณะเดียวกันประชาชนจะได้รับทราบว่า ปัญหาของตนอยู่ในขั้นตอนใด ต้องใช้เอกสารอะไร ติดต่อหน่วยงานใด และมีแนวทางดำเนินการอย่างไรต่อไป
“ไม่หยุดแค่เวียงสา” เดินหน้าประสานช่วยเหลือประชาชนทุกอำเภอในพื้นที่รับผิดชอบ
นายประสิทธิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อมูลที่ได้รับจากการหารือครั้งนี้จะนำไปประสานและติดตามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยจะไม่จำกัดการทำงานเฉพาะอำเภอเวียงสา แต่จะเดินหน้ารับฟังปัญหาและประสานการแก้ไขในทุกอำเภอของพื้นที่รับผิดชอบ
“ผมจะนำข้อมูลที่ได้รับจากประชาชนและผู้นำชุมชนไปประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง เพราะปัญหาที่ดินไม่ใช่เรื่องที่จะจบได้จากการประชุมเพียงครั้งเดียว ต้องมีการติดตามตั้งแต่รับเรื่อง ตรวจสอบข้อมูล ประสานหน่วยงาน ไปจนถึงการแจ้งความคืบหน้าให้ประชาชนได้รับทราบ”
นายประสิทธิ์ย้ำว่า เป้าหมายสำคัญคือการช่วยให้ประชาชน “มีคำตอบ มีช่องทางแก้ไข และเข้าถึงกระบวนการของรัฐได้” โดยเฉพาะประชาชนที่ประสบปัญหาที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน หรือไม่มีเอกสารสิทธิ ซึ่งจะต้องได้รับการตรวจสอบตามข้อเท็จจริงและกฎหมายอย่างรอบด้าน
“พี่น้องประชาชนไม่ควรต้องเดินเรื่องเพียงลำพัง หากมีปัญหาเกี่ยวกับที่ดินทำกินหรือที่อยู่อาศัย สามารถรวบรวมข้อมูลและหลักฐานที่มี แล้วประสานผ่านผู้นำชุมชนหรือช่องทางที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบอย่างถูกต้อง ผมพร้อมรับข้อมูลเพื่อนำไปประสานหน่วยงานและติดตามผลให้เกิดความชัดเจน”
การแก้ไขปัญหาที่ดินจึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งประชาชน ผู้นำชุมชน ฝ่ายปกครอง กรมที่ดิน ส.ป.ก. หน่วยงานด้านป่าไม้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การสำรวจ พิสูจน์สิทธิ และการออกเอกสารสิทธิเป็นไปอย่าง ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นธรรม และสอดคล้องกับข้อเท็จจริงของแต่ละพื้นที่
“รับเรื่อง–ประสานหน่วยงาน–ตรวจสอบสิทธิ–ติดตามผล เพื่อให้ประชาชนมีทางออกที่ชัดเจน”




ร่วมแสดงความคิดเห็น