ปปง. จับมือ ตำรวจภูธรเชียงใหม่ เปิดศูนย์ช่วยผู้เสียหายคดี “แม็กซิม เทรดเดอร์” ยื่นคำร้องคุ้มครองสิทธิ พบผู้สูงอายุเชียงใหม่ตกเป็นเหยื่อกว่า 100 ราย ความเสียหายพุ่ง 55 ล้าน
วันที่ 6 ตุลาคม 2569 ผู้เสียหายในคดีแม็กซิมเทรดเดอร์ ที่เกือบทั้งหมดเป็นผู้สูงอายุ พาเดินทางไปที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อยื่นคำร้องขอคุ้มครองสิทธิและรับเงินคืน ซึ่งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) ร่วมกับ ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้เปิดรับคำร้องขอคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายนอกสถานที่ ระหว่างวันที่ 6 – 8 ตุลาคม 2569 เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้เสียหาย
นายปุณกฤษ ยศสิรสกุล ผู้อำนวยการส่วนคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย กองคดี 1 สำนักงาน ปปง. เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากคณะกรรมการธุรกรรมมีมติยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลค่าหลายร้อยล้านบาท ในคดีของ บริษัท แม็กซิม เทรดเดอร์ จำกัด โดยนายนีโอฮับ อ๋อง (ริคาโด้) กับพวก ซึ่งมีพฤติการณ์ฉ้อโกงประชาชนผ่านการกู้ยืมเงินและฟอกเงินผ่านเครือข่ายนอมินี ปปง.จึงเปิดพื้นที่ให้ผู้เสียหายในจังหวัดเชียงใหม่ได้มายื่นคำร้องในครั้งนี้ โดยผู้เสียหายจะได้รับเงินคืนเต็มจำนวน เนื่องจากมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดอายัดได้มีเกินกว่ามูค่าความเสียหาย ท
นายไวทย์ศญากรณ์ เจริญยิ่ง พนักงานเจ้าหน้าที่ สำนักงาน ปปง. จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่ามีผู้เสียหายที่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ตกเป็นเหยื่อในคดีนี้จำนวนมากกว่า 100 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 55 ล้านบาท
เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายและการเดินทางของประชาชน สำนักงาน ปปง. จึงได้จัดส่งคณะพนักงานเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวก ให้คำปรึกษา ตลอดจนช่วยตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำร้องขอคุ้มครองสิทธิ เพื่อนำทรัพย์สินที่ยึดและอายัดไว้มาดำเนินการเยียวยาคืนให้แก่ผู้เสียหายตามกฎหมาย ทั้งนี้ การปฏิบัติงานดังกล่าวได้รับความอนุเคราะห์และการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งในด้านสถานที่ บุคลากร และสิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมืออันแน่นแฟ้นระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง.
หนึ่งในผู้เสียหายที่เดินทางมายื่นคำร้องในวันนี้บอกว่าคดีนี้ผ่านมานานแล้วและไม่คิดว่าจะได้เงินคืน วันนี้รู้สึกดีใจที่จะได้รับเงินคืน ส่วนสาเหตุที่หลงเชื่อก็เพราะว่าก่อนหน้านี้ทางบริษัทมีการชักชวนและมีรูปแบบที่น่าเชื่อถือ มีทั้งการจัดสัมมนาอบรมโดยบุคคลที่มีชื่อเสียงรวมทั้งพาไปดูงานที่บริษัทต่างประเทศ ทำให้ตัดสินใจลงทุนครั้งแรกไป 590,000 บาท จากนั้นไม่ถึง 1 ปีได้เงินผลตอบแทนมา 200,000 บาท ถึงมั่นใจมากขึ้นและลงทุนเพิ่มจนกระทั่งภายหลังผลตอบแทนได้น้อยลงจนไม่ได้เลยและกลายเป็นคดีความดังกล่าว




ร่วมแสดงความคิดเห็น