เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 น.ที่ลานหน้าอาคารภ.จว.แพร่ นายคุณากร ชหิรัญ รองผวจ.แพร่ รักษาราชการแทนผวจ.แพร่ร่วมกับ พล.ต.ต.กฤษดา พันธ์เกษม ผบก.ภ.จว.แพร่(คนใหม่)ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลงานการจับกุมยาเสพติดรายใหญ่ ว่า
ตามนโยบายรัฐบาลโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติด ในทุกมิติ
เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลดังกล่าว ให้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. ,พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. ,พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ,พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร.(ผอ.ศอ.ปส.ตร.) ,พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.(รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ,นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ,พ.ต.ท.นริศ สอนดิษฐ ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส.ภาค 5 ตำรวจภูธรภาค 5 โดย ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ปรัชญา ประสานสุข ผบช.ภ.5 ,พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช.ภ.5 ,พล.ต.ต.อนุสรณ์ พัฒนถาบุตร รอง ผบช.ภ.5 ,พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5 ,พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ รอง ผบช.ภ.5 ,พล.ต.ต.นิคม เครือนพรัตน์ รอง ผบช.ภ.5 ,พล.ต.ต.มานพ เสนากูล รอง ผบช.ภ.5 ,พล.ต.ต.พงศกร รัศมีโรจน์สกุล ผบก.สส.ภ.5
ภ.จว.แพร่ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.กฤษดา พันธ์เกษม ผบก.ภ.จว.แพร่ ,พ.ต.อ.กิติภูมิ เอกสิงหชัย รอง ผบก.ภ.จว.แพร่ ,พ.ต.อ.นิรันดร์ คำตั๋น รอง ผบก.ภ.จว.แพร่ ,พ.ต.อ.ศุภัทร ศุภกำเนิด รอง ผบก.ภ.จว.แพร่ ,พ.ต.อ.พงษ์พีระ การะเกตุ รอง ผบก.ภ.จว.แพร่ ,พ.ต.อ.ดนัย ใจกล่ำ รอง ผบก.ภ.จว.แพร่
ฝ่ายปกครอง จว.แพร่ ภายใต้การอำนวยการของ นายคุณากร คชหิรัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ,นายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง
คดียาเสพติดฯ รายที่ 1 ผลงานของ สภ.วังชิ้น ภายใลต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ธเนตถ์ วิบูลย์เกียรติ์ ผกก.สภ.วังชิ้น ,พ.ต.ท.ภานุรุจ แสงสร้อย รอง ผกก.ป.สภ.วังชิ้น ,พ.ต.ท.อนันต์ พรมมา รอง ผกก.สส.สภ.วังชิ้น ,พ.ต.ท.อดุลย์ ท้าวคำ สวป.สภ.วังชิ้น ,พ.ต.ท.ธนดล อินทรประดิษฐ์ สว.สส.สภ.วังชิ้น และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม
โดยจับกุมได้เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 15.30 น.จับกุม ได้ที่ด่านตรวจยาเสพติดหาดรั้ว สภ.วังชิ้น อ.วังชิ้น จว.แพร่
ผู้ต้องหา 1.นายทินบัติ หรือเจมส์ โคนัก อายุ 32 ปี อยู่บ้านหมู่ 10 ต.แม่ต๋ำ อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย
2.นายจิรายุทธ หรือต้อ ขายเครื่องเทศ อายุ 21 ปี อยู่บ้านหมู่ 10 ต.แม่ต๋ำ อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย
ของกลาง 1.ยาบ้า จำนวน 2,482,000 เม็ด
2.รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน พะเยา
3.รถยนต์กระบะ ยี่ห้อนิสสัน สีดำ หมายเลขทะเบียนกรุงเทพมหานคร
พฤติการณ์พอสังเขป
เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านตรวจยาเสพติดหาดรั่ว สภ.วังชิ้น ตั้งด่านตรวจฯ เพื่อตรวจค้นยาเสพติด สิ่งของผิดกฎหมาย ตรวจสอบบุคคลตามหมายจับ จากการข่าวแจ้งว่ามีกลุ่มลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดนภาคเหนือเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ พบรถยนต์ต้องสงสัยและกำหนดเป็นเป้าหมายในการตรวจค้น โดยประสานการปฏิบัติกับด่านตรวจฯ ในพื้นที่ จนกระทั่งถึงเวลาประมาณ 15.38 น. ของวันที่ 3 ตุลาคม 2569 รถยนต์เป้าหมาย หมายเลขทะเบียน พะเยา ขับขี่เข้าด่านตรวจฯ หาดรั่ว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ให้สัญญาณหยุดรถทำการตรวจสอบใบอนุญาตขับขี่ โดยมีนายทินบัติ หรือเจมส์ โคนัก เป็นผู้ขับขี่ และบังคับให้ผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวเข้าพื้นที่ตรวจค้น แล้วทำการตรวจสอบสิ่งของที่บรรทุกมาในกระบะท้าย พบถุงพลาสติกสีดำ จำนวน 13 ถุง ภายในบรรจุยาบ้า จำนวน 2,482,000 เม็ด จึงทำการจับกุมตัวผู้ต้องหา และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ประสานการปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจฯ หาดแค สภ.ศรีสัชนาลัย อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย เพื่อสกัดรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร โดยมีนายจิรายุทธ หรือต้อ ขายเครื่องเทศ เป็นผู้ขับขี่ ทำหน้าที่เป็นรถนำทางให้กับนายทินบัติฯ(เจ้าตัวให้ข้อมูลกับชุดจับกุม)จากการตรวจค้นรถยนต์และตัวนายจิรายุทธฯ ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย จึงควบคุมตัวพร้อมรถยนต์ ส่ง สภ.วังชิ้น
จากการตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่าบุคคลทั้งสองร่วมมือกันในการกระทำความผิดครั้งนี้ จึงทำการจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองพร้อมของกลางส่ง พนักงานสอบสวน สภ.วังชิ้น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ทำการขยายผลง ยึด อายัดทรัพย์สิน ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด กับผู้ร่วมขบวนการทุกคน พร้อมทั้งประสาน พฐ.จังหวัดแพร่ เพื่อทำการพิสูจน์ตามขั้นตอน
คดียาเสพติดฯ รายที่ 2
ผลงานสภ.ห้วยไร่ ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ท.ทัตเทพ โชติเดโชชัย สวญ.สภ.ห้วยไร่ ,พ.ต.ท.วิทูล สีตะวัน สวป.สภ.ห้วยไร่ ,พ.ต.ท.ยุทธนา ธิมา สว.สส.สภ.ห้วยไร่ ,พ.ต.ท.นันทวัฒน์ หวังสวัสดิ์ สวป.สภ.ห้วยไร่ และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม
จับกุมวันที่ 6 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 08.00 น.
สถานที่จับกุม ด่านตรวจยาเสพติดห้วยไร่ (X RAY) สภ.ห้วยไร่ ต.ห้วยไร่ อ.เด่นชัย จว.แพร่
ผู้ต้องหา 1.นายสมคิด อายุ 42 ปี อยู่บ้านหมู่ 3 ต.เจดีย์หัก อ.เมืองราชบุรี จ.ราชบุรี
2.น.ส.ศิริลักษณ์ อายุ 30 ปี อยู่บ้านหมู่ 3 ต.เจดีย์หัก อ.เมืองราชบุรี จ.ราชบุรี
ของกลาง 1.ยาบ้า จำนวน 3,180,000 เม็ด
2.เคตามีน จำนวน 10 กิโลกรัม
3.รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน พระนครศรีอยุธยา
พฤติการณ์พอสังเขปเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านตรวจยาเสพติดห้วยไร่ สภ.ห้วยไร่ ตั้งด่านตรวจฯ เพื่อตรวจค้นยาเสพติด สิ่งของผิดกฎหมาย ตรวจสอบบุคคลตามหมายจับ จากการข่าวแจ้งว่ามีกลุ่มลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดนภาคเหนือเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ และประสานการปฏิบัติให้ด่านตรวจห้วยไร่ ทำการตรวจค้นรถยนต์เป้าหมาย จนกระทั่งเวลา 08.00 น. รถยนต์เป้าหมาย หมายเลขทะเบียน บพ 3448 พระนครศรีอยุธยา ขับเข้ามายังด่านตรวจฯ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงให้สัญญาณหยุดรถ เพื่อทำการตรวจใบอนุญาตขับขี่ มีนายสมคิด เป็นผู้ขับขี่ และนางสาวศิริลักษณ์ เป็นผู้โดยสาร(ทราบชื่อภายหลัง) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงนำรถยนต์คันดังกล่าวพร้อมบุคคลทั้งสอง ไปทำการตรวจสอบที่ด่านตรวจยาเสพติด (X-ray) ห้วยไร่ สภ.ห้วยไร่ โดยนำรถยนต์คันดังกล่าวเข้าอุโมงค์ X RAY ปรากฏภาพเป็นก้อนๆ ตรงกระบะท้าย
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ทำการตรวจสอบบริเวณกระบะท้าย ซึ่งดัดแปลงเป็นช่องลับสำหรับซุกซ่อนยาเสพติด และพบยาบ้า จำนวน 3,180,000 เม็ด ,เคตามีน จำนวน 10 กิโลกรัม จึงทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองพร้อมของกลางส่ง ร.ต.อ. ณัฐวุฒิ มณีกาศ รองสว.(สอสวน) สภ.ห้วยไร่พนักงานสอบสวน สภ.ห้วยไร่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ทำการขยายผล ยึด อายัดทรัพย์สิน ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด กับผู้ร่วมขบวนการทุกคน พร้อมทั้งประสาน พฐ.จังหวัดแพร่ เพื่อทำการพิสูจน์ตามขั้นตอน
พล.ต.ต.กฤษดา พันธ์เกษม ผยก.ภ.จว.แพร่ กล่าวว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมายังพี่น้องประชาชน เพื่อร่วมกันสอดส่อง ดูแล บุตรหลาน บุคคลใกล้ชิด หรือบุคคลที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในหมู่บ้าน ชุมชน โดยสามารถแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วนยาเสพติด 1599 ,สายด่วน 191 ,line@inthanon1(ผบช.ภ.5) ได้ตลอด 24 ชม. ในการดำเนินการปราบปรามและสร้างความอุ่นใจในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยรวม
และขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่ให้การสนับสนุนสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยดีเสมอมา)




ร่วมแสดงความคิดเห็น