รถเก๋งไฟฟ้าเสียหลักชนเสาไฟฟ้าเกาะกลางถนน เสาไฟขาดกระเด็น คนขับบาดเจ็บเล็กน้อย เจ้าหน้าที่เร่งเคลื่อนย้ายรถ พร้อมแจ้งเตือนผู้ใช้ EV เพิ่มความระมัดระวังเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
น่าน – เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลา 03.30 น. ร.ต.อ.ชวฤทธิ์ เทรักสี พนักงานสอบสวน สภ.เมืองน่าน ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุนครน่าน 191 ว่า เกิดอุบัติเหตุรถยนต์เสียหลักชนเสาไฟฟ้าบริเวณเกาะกลางถนน จุดกลับรถหน้าทางเข้าบ่อขยะเทศบาลเมืองน่าน ถนนน่าน–ท่าวังผา เขตบ้านห้วยส้มป่อย ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน จึงประสานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบทีมกู้ชีพกู้ภัย อบต.ผาสิงห์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำหน่วยบริการประชาชนตู้ยามช้างเผือก กำลังอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ
เบื้องต้นพบ นายรัตน์ (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เจ้าหน้าที่กู้ชีพได้ให้การปฐมพยาบาล ณ จุดเกิดเหตุ ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
ในที่เกิดเหตุพบ รถยนต์เก๋งไฟฟ้า ยี่ห้อ GEELY สีบรอนซ์เงิน ทะเบียนน่าน สภาพด้านหน้ารถได้รับความเสียหายอย่างหนักจนไม่สามารถขับเคลื่อนได้ โดยรถได้เสียหลักพุ่งชน เสาไฟฟ้าบริเวณเกาะกลางถนนได้รับความเสียหาย 1 ต้น รวมถึง ป้ายสัญญาณพร้อมไฟได้รับความเสียหายอีก 1 ต้น
จากเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้ประสานรถยกเข้าดำเนินการเคลื่อนย้ายรถยนต์คันเกิดเหตุไปเก็บรักษาไว้ที่สถานีตำรวจ เพื่อดำเนินการตรวจสอบ ถ่ายภาพ และจัดทำแผนที่เกิดเหตุโดยสังเขปไว้เป็นหลักฐาน ก่อนดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนต่อไป
เตือนผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า หากเกิดอุบัติเหตุควรเพิ่มความระมัดระวัง
เหตุการณ์ครั้งนี้ยังเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะเมื่อเกิดอุบัติเหตุที่บริเวณด้านหน้าหรือใต้ท้องรถ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าแรงดันสูงและแบตเตอรี่ของรถ ผู้ประสบเหตุและผู้ที่อยู่ใกล้เคียงควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปตรวจสอบหรือซ่อมแซมระบบไฟฟ้าด้วยตนเอง
หากเกิดอุบัติเหตุ ควรปฏิบัติเบื้องต้น ดังนี้
หากสามารถทำได้อย่างปลอดภัย ให้หยุดรถและออกจากตัวรถไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัย ห่างจากบริเวณการจราจร
ไม่ควรสัมผัสสายไฟหรือชิ้นส่วนระบบไฟฟ้าแรงดันสูง รวมถึงชิ้นส่วนที่ได้รับความเสียหายจากการชน
หากพบควัน กลิ่นผิดปกติ เสียงดังคล้ายการเดือดปุด ๆ ความร้อนสูง หรือมีสัญญาณผิดปกติจากตัวรถ ให้รีบออกห่างและแจ้งเจ้าหน้าที่
ไม่ควรพยายามขับหรือเคลื่อนย้ายรถที่ได้รับความเสียหายรุนแรงด้วยตนเอง ควรประสานเจ้าหน้าที่หรือผู้ให้บริการรถยกที่มีความเหมาะสมกับรถยนต์ไฟฟ้า
แจ้งตำรวจหรือหน่วยกู้ชีพกู้ภัยเพื่อเข้าตรวจสอบและจัดการพื้นที่เกิดเหตุ
หากรถได้รับความเสียหายบริเวณแบตเตอรี่ ควรแจ้งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่และผู้ให้บริการรถยกทราบว่าเป็น รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบของพนักงานสอบสวน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ส่วนสาเหตุของการเสียหลักชนเสาไฟฟ้ายังต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่




ร่วมแสดงความคิดเห็น