ป.ป.ช.ชี้มูลอดีต ผอ.โรงเรียนพร้อมพวก ทุจริตงบซ่อมอาคาร หลังครูร้องเรียนนาน 8 ปี

ป.ป.ช.ชี้มูลอดีต ผอ.โรงเรียนพร้อมพวก ทุจริตงบซ่อมอาคาร หลังครูร้องเรียนนาน 8 ปี พบคดีอาญาบางส่วนขาดอายุความ ชงเขตพื้นที่ฯ ชดใช้ค่าเสียหาย

วันที่ 9 ต.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรณีครูหญิงซึ่งรับราชการในตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษ สังกัดโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ภูซาง จ.พะเยา เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตั้งแต่เดือน มิ.ย.2561 ขอให้ตรวจสอบการดำเนินโครงการของโรงเรียนที่เคยสังกัดใน อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย ทั้งงบปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจน งบอาหารกลางวัน และงบประมาณปรับปรุงซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้างของโรงเรียน กระทั่งเวลาผ่านไปกว่า 8 ปี ล่าสุด ป.ป.ช.มีความคืบหน้าและชี้มูลผู้เกี่ยวข้องหลายราย

ล่าสุด สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 5 ได้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีกล่าวหาการทุจริตโครงการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียน บ้านพักครู และสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ของโรงเรียนดังกล่าว โดยผลการไต่สวนพบว่า อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนในขณะที่ดำรงตำแหน่ง มีมูลความผิดทางอาญาหลายฐาน ได้แก่ ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งหน้าที่

นอกจากนี้ยังมีมูลความผิดตามมาตรา 151 กรณีเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ มาตรา 157 กรณีปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต และมาตรา 162 กรณีเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสาร หรือกรอกข้อความลงในเอกสาร แล้วรับรองข้อความอันเป็นเท็จ

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังพบมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ รวมถึงจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการและหน่วยงานการศึกษา จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตลอดจนมีพฤติการณ์อันเข้าข่ายประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช.ระบุว่า ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162 (1) และ (4) ในส่วนที่เกี่ยวข้องนั้นได้ขาดอายุความแล้ว ส่งผลให้สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องระงับไป และยุติการดำเนินคดีในส่วนดังกล่าว

สำหรับผู้ถูกกล่าวหารายอื่นซึ่งปฏิบัติราชการอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน ป.ป.ช.พบว่ามีผู้ถูกกล่าวหาชาย 1 ราย มีมูลความผิดทางอาญาในลักษณะเป็นเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์โดยมิชอบ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และทำเอกสารอันเป็นเท็จ รวมทั้งมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง แต่คดีอาญาขาดอายุความแล้ว

ส่วนผู้ถูกกล่าวหาหญิง 1 ราย มีมูลความผิดทางอาญาฐานปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตและทำเอกสารอันเป็นเท็จ รวมทั้งมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง แต่คดีอาญาขาดอายุความเช่นเดียวกัน

โดยภาพรวมมีผู้ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดประมาณ 4-5 ราย ทั้งผู้ที่มีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงและผู้ที่มีมูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง ขณะที่มีผู้ถูกกล่าวหาอย่างน้อย 6 รายได้รับการยกข้อกล่าวหา เนื่องจากไม่ปรากฏมูลเพียงพอ และมีเอกชน 1 รายที่ถูกยกข้อกล่าวหาเช่นกัน

ภายหลังการพิจารณา ป.ป.ช.ได้ส่งรายงานและสำนวนการไต่สวน พร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้อัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาตามอำนาจหน้าที่ รวมทั้งส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยกับผู้ที่มีมูลความผิด และแจ้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 4 ดำเนินการเกี่ยวกับการชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ทางราชการแล้ว

รายงานข่าวแจ้งว่า ตลอดระยะเวลากว่า 8 ปี นับตั้งแต่ครูกาหลงเข้าร้องเรียน ได้เกิดผลกระทบต่อเจ้าตัวหลายด้าน ทั้งถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน ถูกงดขั้นเงินเดือน และถูกโยกย้ายข้ามจังหวัด นอกจากนี้ยังเคยถูกรถยนต์ขูดจนได้รับความเสียหาย และภายหลังย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่โรงเรียนแห่งใหม่ ยังมีกลุ่มบุคคลออกมาชุมนุมขับไล่ จนเจ้าตัวทำเรื่องขอย้ายอีกครั้ง แต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติ

กระทั่งล่าสุด ผลการไต่สวนของ ป.ป.ช.มีข้อยุติในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยมีทั้งการชี้มูลความผิดทางอาญาและทางวินัย ขณะที่ความผิดทางอาญาบางฐานขาดอายุความแล้ว เหลือกระบวนการดำเนินการทางวินัยและการเรียกชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ทางราชการตามขั้นตอนต่อไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น