ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ เปิดเวทีวิชาการภาคเหนือตอนบน ขับเคลื่อนแผนลดอุบัติเหตุทางถนน ปี 2570

ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ เปิดเวทีวิชาการภาคเหนือตอนบน ระดมภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนแผนลดอุบัติเหตุทางถนน ปี 2570

จังหวัดเชียงใหม่เปิดเวทีสัมมนาวิชาการภาคเหนือตอนบน “เรื่องเล่าสานพลังมุ่งหวังลดอุบัติเหตุทางถนนในอำเภอเสี่ยงสูง ปี 2570 ภาคเหนือตอนบน อย่างมีคุณภาพ” รวมพลัง 9 จังหวัด 13 อำเภอเสี่ยงสูง และ 26 ท้องถิ่น แลกเปลี่ยนผลงานต้นแบบ ขยายผลมาตรการป้องกันอุบัติเหตุทางถนนอย่างเป็นระบบ มุ่งลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยอย่างยั่งยืน

วันที่ 19 ตุลาคม 2569 ณ ห้องประชุมโรงแรมเชียงใหม่
แกรนด์วิว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาวิชาการภาคเหนือตอนบน“ เรื่องเล่าสานพลังมุ่งหวังลดอุบัติเหตุทางถนน ในอำเภอเสี่ยงสูง ปี2570 ภาคเหนือตอนบน อย่างมีคุณภาพ ” วันที่ 19 – 20 ตุลาคม 2569 พร้อมด้วยนางบุษบา ชัยศรีสวัสดิ์สุข หัวหน้า สอจร.ภาคเหนือตอนบน ผู้ทรงคุณวุฒิ นปถ.ผู้จัดการ การประธานแผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด (สอจร.) นายแพทย์อนุชา เศรษฐเสถียร หัวหน้า สอจร.ภาคเหนือตอนบน หัวหน้าส่วนราชการ ทั้ง 9 จังหวัด 13 อำเภอ 26 ท้องถิ่น และผู้มีเกียรติ ร่วมงาน

นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จากข้อมูลสถิติที่ผ่านมา ตัวเลขของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต จากอุบัติเหตุทางถนน ไม่ใช่เพียงสถิติ หากแต่เป็นตัวแทนของชีวิต และครอบครัวที่สะท้อนความจริงให้เราต้องตื่นรู้ แม้ในช่วงสามปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2566-2568 ) กราฟแห่งความสูญเสียจะเริ่มทอด ตัวต่ำลง แต่ผู้เสียชีวิตนับร้อยรายยังคงเป็นบาดแผลที่บาดลึกในใจพวกเรา โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางอย่างเด็ก เยาวชน และผู้สูงวัย ที่ต้องตกเป็นเหยื่อของความประมาท การละเลยไม่สวมหมวกนิรภัย การดื่มแล้วขับ และการใช้ความเร็วเกินกำหนด โดยเฉพาะในพื้นที่สมรภูมิความเสี่ยง  13 อำเภอเสี่ยงสูง ใน 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน

จากตัวเลขการสูญเสีย ของภาคเหนือตอนบน ตามที่หัวหน้าสอจร.ภาคเหนือตอนบน กล่าวรายงาน การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ ย่อมเริ่มต้นจาก “ผู้นำ” ข้าราชการและหน่วยงานภาครัฐในจังหวัดภาคเหนือตอนบน จะต้องยืนหยัดเป็น “ต้นแบบ” (Role Model) ในการปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด สวมหมวกนิรภัยและคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งที่ขับขี่ เพื่อเป็นกระจกสะท้อนให้ประชาชนได้ตระหนักรู้ถึงความสำคัญในการป้องกันตนเอง การสัมมนาวิชาการของภาคเหนือตอนบน ในวันนี้ จึงเป็นเวทีอันทรงคุณค่าที่เปิดโอกาสให้พวกเราได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ ที่เป็นต้นแบบ

ขอขอบคุณ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  สอจร.กลาง ทีมภาคีเครือข่ายจังหวัดทุกพื้นที่ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ได้ร่วมกันผลักดันพันธกิจอันยิ่งใหญ่นี้ เรามิได้เพียงทำเพื่อสถิติที่ลดลง แต่เรากำลังร่วมกันสร้าง “วัฒนธรรมความปลอดภัย” ให้ฝังรากลึกใน
ในสายเลือดของชาวภาคเหนือตอนบน ภายใต้วิสัยทัศน์ “ภาคเหนือปลอดภัย สู่การบูรณาการความปลอดภัยทางถนน เพื่อยกระดับอำเภอเสี่ยงสูง สู่อำเภอปลอดภัย” เพื่อเปลี่ยนเส้นทางแห่งความเสี่ยง ให้เป็นถนนแห่งชีวิต และเพื่อให้ ภาคเหนือตอนบน เป็นเมืองที่ทุกคนได้กลับสู่อ้อมกอดของคนที่รักอย่างปลอดภัยและยั่งยืน และขอแสดงความยินดีกับทุกพื้นที่ต้นแบบที่ดำเนินงานผลงานได้เป็นเลิศ แม้จะยังไม่สามารถลดเจ็บลดตาย เป็นศูนย์ได้ แต่ได้มุ่งมั่นตั้งใจในการขับเคลื่อนงานความปลอดภัยทางถนนเต็มที่ เต็มกำลัง เพื่อรักษาชีวิตพี่น้องประชาชนไว้ให้ปลอดภัย

นางบุษบา ชัยศรีสวัสดิ์สุข หัวหน้า สอจร.ภาคเหนือตอนบน กล่าวว่า ประเทศไทยยังมีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนอยู่ ในระดับที่สูง โดยมีผู้เสียชีวิตถึง 15,000 – 17,000 คนในแต่ละปี ซึ่งรถจักรยานยนต์ ยังคงเป็นพาหนะที่ก่อให้เกิดความสูญเสียมากที่สุด โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงาน และเยาวชน สาเหตุหลักล้วนเกิดจากพฤติกรรมเสี่ยง ทั้งการขับรถเร็ว การดื่มแล้วขับ และการไม่สวมหมวกนิรภัย จากตัวเลขข้อมูล 3 ฐาน ปรากฏว่า ภาคเหนือตอนบนอัตราในการเสียชีวิต ปี 2568 อยู่ที่ 28.26ต่อแสนประชากร หรือ 1,343 ราย สูงกว่าค่าเป้าหมายของแผนแม่บทฉบับที่ 5 ที่ 17.55 ต่อแสนประชากร หรือ1,106 ราย

แผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด (สอจร.) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงมีพันธกิจสำคัญ   ในการเป็น “ทีมพี่เลี้ยง” เชื่อมประสานและสนับสนุนการทำงานของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ทั้งระดับจังหวัด อำเภอ และท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อนให้เกิด   การลดอุบัติเหตุอย่างเป็นรูปธรรม สู่เป้าหมายตามแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน ฉบับที่ 5 ที่มุ่งลดอัตราผู้เสียชีวิตให้เหลือ 12 คน ต่อแสนประชากร ภายในปี 2570
   
การประชุมสัมมนาวิชาการภาคเหนือตอนบน“ เรื่องเล่าสานพลังมุ่งหวังลดอุบัติเหตุทางถนน ในอำเภอเสี่ยงสูง ปี 2570 ภาคเหนือตอนบน อย่างมีคุณภาพ ” ในครั้งนี้ เป็นการนำผลการทำงานในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนตาม.ยุทธศาสตร์ที่ 3 : การประเมินและขยายผล Best Practices ผ่านการเสริมพลังภาคีเครือข่าย  และสนับสนุนให้เกิดการรับรองมาตรฐานคุณภาพความปลอดภัยทางถนน ตามหลักการวิถีแห่งระบบที่ปลอดภัย (Safe System Approach)

วัตถุประสงค์ของการดำเนินงาน เพื่อนำเสนอผลงานที่เป็นเลิศ (Best Practices) ร่วมแลกเปลี่ยนกับภาคีเครือข่าย เพื่อขยายผลการดำเนินงาน และนำเสนอผลงานกำหนดเป็นนโยบายขับเคลื่อนงานความปลอดภัยในพื้นที่ตามหลักการวิถีแห่งระบบที่ปลอดภัย (Safe System Approach) บันไดแห่งความยั่งยืน และเพื่อสานพลังภาคีเครือข่าย  4 M 1.คน (Man) งบประมาณ (Money) 3.การจัดการ( Management )/วิธีการ (Method) /เครื่องจักร ( Machine)  4.วัสดุอุปกรณ์ (Material)

ซึ่ง สอจร.ภาคเหนือตอนบน ได้รับความร่วมมือจากศูนย์อำนวยความปลอดภัยจังหวัดภาคเหนือตอนบน 9 จังหวัด ในการขับเคลื่อนโครงการจังหวัดขับขี่จักรยานยนต์ปลอดภัยร่วมกับภาคีเครือข่ายเป็นอย่างดียิ่ง จากรายงานสถานการณ์อุบัติเหตุของจังหวัด(Status Report) เกิดข้อค้นพบผลงานที่เป็นเลิศ ( Best Practice )   และพื้นที่ต้นแบบ เพื่อนำผลงานเหล่านี้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และขยายผลสู่จังหวัด อำเภอ ตำบล เสี่ยงสูง

รูปแบบของการดำเนินงาน มอบเกียรติบัตรผลงานที่เป็นเลิศ ( Best Practice  )  ทั้ง 9 จังหวัด  บรรยายพิเศษ ทิศทางการขับเคลื่อนโครงการลดอุบัติเหตุจากการใช้รถจักรยานยนต์เพื่อมุ่งสู่อำเภอ ขับขี่ปลอดภัย  ตามหลักการวิถีแห่งระบบที่ปลอดภัย (Safe System Approach)  เวทีเสวนาแลกเปลี่ยนผลงานวิชาการภาคเหนือตอนบน เพื่อนำเสนอ Best Practice ของแต่ละพื้นที่รวม 7  เรื่อง รวมทั้งแนวทางและการขับเคลื่อนงานความปลอดภัย โดย งบประมาณ กองทุน กปถ. การวิเคราะห์ต้นทุนการทำงานของอำเภอเสี่ยงสูงสู่อำเภอขับขี่ปลอดภัย  การจัดทำแผนปฏิบัติการของอำเภอเสี่ยงสุ่อำเภอขับขี่ปลอดภัย ปี 2570-2571 .การนำเสนอแผนงานของแต่ละอำเภอ  สรุปผล ติดตามประเมินผล รายงานผล 

ในวันนี้ มีผู้เข้าร่วมประชุมซึ่งประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิจาก สอจร.กลาง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารภัยจังหวัด  ขนส่งจังหวัด ทั้ง 9 จังหวัด ตัวแทนจากอำเภอเสี่ยงสูง จำนวน 13 อำเภอ ประกอบไปด้วย นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้กำกับการตำรวจภูธร ท้องถิ่นอำเภอ นายกเทศมนตรี/นายกองค์การบริหารส่วนตำบล  รวมทั้งสิ้น 100 คน ในนาม สอจร.ภาคเหนือตอนบน ขอขอบพระคุณ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ผู้สนับสนุนงบประมาณหลัก ศปถ. ทั้ง 9 จังหวัดในครั้งนี้

ร่วมแสดงความคิดเห็น