การเกิดขึ้นของกฏหมายสสส.ในปีพ.ศ.2544 เป็นที่กล่าวขานไปทั่วโลก เพราะประเทศต่างๆประสบปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs) ที่เป็นปัญหาใหญ่ของการเจ็บป่วยและเสียชีวิต และเกิดกระแสประกันสุขภาพให้ประชาชน
กองทุนสสส.เกิดขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ เพื่อป้องกัน/ควบคุมโรค เพื่อลดภาระของงบประมาณหลักประกันสุขภาพที่กำลังจะเริ่มมีขึ้นในปี 2545 ในหลักคิด“สร้าง” นำ “ซ่อม” สุขภาพ
ก่อนสหประชาชาติจัดประชุมสมัชชาเพื่อป้องกันและควบคุมNCDs ในปี 2554ที่นิวยอร์ก มีการประชุมเตรียมการที่มอสโค ผมได้เป็นผู้แทนประเทศไทยไปนำเสนอกลไกการเงินการคลังเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพของสสส. เพื่อให้มีงบประมาณสนับสนุนการป้องกันและควบคุมNCDs ด้วยการเก็บภาษีบาปจากสุรายาสูบเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นงบของกองทุน
ในข้อแนะนำของที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ UN HIgh Level Political Declaration on the Prevention and Control of NCDs 2554 ข้อที่ 49 ใช้คำว่า “สนับสนุนทุกวิถีทางที่จะให้มีงบประมาณที่เพียงพอ คาดการณ์ได้และยั่งยืนทางการเงิน ด้านเทคนิคและกำลังคน รวมทั้งนวตกรรมที่จะให้มีงบประมาณสนับสนุนการป้องกัน NCDs ระยะยาว”
มีการปรึกษาถึงความร่วมมือระหว่างสสส.กับสำนักสร้างเสริมสุขภาพขององค์กรอนามัยโลกเมื่อปี 2553 ในการเผยแพร่กลไกการเงินการคลังสำหรับการสร้างเสริมสุขภาพของสสสให้กับประเทศต่างๆ โดยทางเจนีวาอยากให้ผมไปประจำอยู่ที่นั่นเป็นเวลาหนึ่งปี หรืออย่างน้อย 6 เดือน เพื่อวางแนวทางที่จะช่วยประเทศต่างๆ ในการทำให้มีกลไกที่เป็นนวตรรมการเงินการคลังที่จะสนับสนุนการป้องกัน/ควบคุมNCDsตามรูปแบบสสส.
ผมปฏิเสธที่จะไปอยู่ทำงานที่เจนีวา เพราะทิ้งงานควบคุมยาสูบในประเทศไทยไม่ได้ แต่ยินดีที่จะไปแบ่งปันประสบการณ์ให้แก่ประเทศที่สนใจ และที่จะมาดูงานที่สสส.
ในปี 2558 ศ.คลินิก นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมต.สาธารณสุข ได้ลงนามร่วมกับผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก เพื่อขยายความร่วมมืองานด้านการสร้างเสริมสุขภาพออกไปจนถึงปี 2563
ในปี 2561 สสส.ได้ลงนามร่วมกับสำนักงานองค์การอนามัยโลกภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึงความร่วมมือในการเผยแพร่การสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพเช่นเดียวกัน
สสส.จึงมีคณะผู้ดูงานจากประเทศต่างๆมาอย่างต่อเนื่อง อินโฟที่ส่งมาพร้อมบทความนี้ ช่วงเวลา 4 ปี ระหว่าง ปี 2566-2569 มีคนจากต่างประเทศรวม 75 คณะมาดูงานที่สสส. เฉลี่ยปีละ 19 ครั้ง
จะเป็นความสูญเสียสำหรับประเทศไทยและการสาธารณสุขของโลก ถ้ากลไกงบประมาณจากภาษีบาปเจาะจงของกองทุนสสส. จะถูกเปลี่ยนไปรับงบประมาณปกติ ที่จะมีความไม่แน่นอน ไม่สมำ่เสมอ-ยั่งยืน รวมทั้งเปิดโอกาสให้มีการแทรกแซงจากภาคธุรกิจที่เสียผลประโยชน์จากงานของสสส.ผ่านการเมือง
ผมจึงขอวิงวอนรัฐบาล/รัฐสภา ให้รักษากลไกงบประมาณและความเป็นอิสระของกองทุนสสส.ไว้ให้สังคมไทย เพื่อรับมือกับNCDs/สังคมผู้สูงอายุที่เป็นภาระใหญ่ของประเทศ
ถ้ามีปัญหาในการบริหารจัดการ ก็ต้องแก้จุดที่เป็นปัญหาครับ
ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 19 ตุลาคม 2569
อ้างอิง
https://www.matichon.co.th/local/news_1123537
https://www.thaihealth.or.th/content-detail/77825fec-8fa9-4208-8c3c-38ae8db2807f


ร่วมแสดงความคิดเห็น