วันที่ 23 ต.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุสะเทือนวงการกู้ภัยและสายบุญเชียงราย! หลังจาก ‘ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี’ ทายาทศิลปินแห่งชาติระดับโลกและผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์บ้านดำ ออกประกาศแถลงการณ์ทิ้งบอมบ์ ผ่านเพจส่วนตัวเมื่อวันที่ 22 ต.ค. ที่ผ่านมา เรื่องการยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งรองประธานและที่ปรึกษามูลนิธิกู้ภัยชื่อดังแห่งหนึ่งของเชียงราย โดยมีผลทันที พร้อมประกาศยุติการสนับสนุนทั้งทุนทรัพย์และอุปกรณ์ทุกชนิด หลังร่วมงานกันมายาวนานเกือบ 20 ปี
ดร.ดอยธิเบศร์ เปิดเผยผ่านแถลงการณ์ชี้แจงต่อสาธารณชนว่า การตัดสินใจตัดสัมพันธ์ในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากอารมณ์หรือความขัดแย้งส่วนตัว แต่มาจากการตั้งข้อสงสัยในความโปร่งใสเกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินบริจาคและทรัพย์สินของมูลนิธิฯ ซึ่งที่ผ่านมาแม้จะมีการขอคำอธิบายไปแล้ว แต่กลับได้รับเอกสารชี้แจงเพียงระยะเวลา 1 ปี แถมยังขาดหลักฐานการเบิกจ่ายและบัญชีรายรับ-รายจ่ายที่ครบถ้วน
ในเอกสารชี้แจงระบุประเด็นร้อนที่ขอให้มีการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะข้อสงสัยว่ามีกรรมการผู้มีอำนาจบางราย เบิกถอนเงินบริจาคจำนวนมากไปใช้ประโยชน์ส่วนตนโดยไม่มีหลักฐานแจงวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสมในการนำภาพผู้เสียชีวิต โดยเฉพาะกรณีของเด็ก มาใช้เปิดรับบริจาคผ่านช่องทางและบัญชีต่างๆ ว่าได้รับการยินยอมจากครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างถูกต้องหรือไม่
ดร.ดอยธิเบศร์ ได้ใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 128 ยื่นเรื่องเรียกร้องไปยังหน่วยงานรัฐระดับประเทศ ได้แก่ นายทะเบียนมูลนิธิ (กรมการปกครอง), สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), สำนักงาน ปปง. และกรมสรรพากร ให้ใช้อำนาจเข้าตรวจสอบเส้นทางการเงิน งบการเงิน และเอกสารบัญชีย้อนหลังเป็นเวลา 10 ปี โดยเน้นย้ำว่า หากพบการกระทำผิดจริง ขอให้ดำเนินคดีอาญาอย่างเด็ดขาดตามมาตรา 352 (ยักยอกทรัพย์), มาตรา 353 (จัดการทรัพย์สินโดยทุจริต) ตลอดจนมาตรา 341 และ 343 ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน
พร้อมกันนี้ ดร.ดอยธิเบศร์ ได้ชี้แจงบริสุทธิ์ใจว่า ตลอดเวลาที่ดำรงตำแหน่ง ตนเองไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องหรือได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบเรื่องการอนุมัติเบิกจ่ายและเก็บรักษาเงินบริจาคแต่อย่างใด และนับตั้งแต่นี้ ขอสั่งห้ามไม่ให้มูลนิธิฯ นำชื่อ ภาพถ่าย ลายมือชื่อ หรือชื่อเสียงของตนและ ‘พิพิธภัณฑ์บ้านดำ’ ไปใช้ในการระดมทุนหรือรับบริจาคอีกอย่างเด็ดขาด
“การทำความดีต้องดำเนินควบคู่กับความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการตรวจสอบได้ เพราะความศรัทธาของประชาชนคือสิ่งที่องค์กรสาธารณกุศลทุกแห่งต้องร่วมกันรักษา การเรียกร้องครั้งนี้ไม่ใช่การทำลายองค์กร หรือเหมาสวมรวมเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่ทำงานสุจริต แต่เป็นการปกป้องหลักธรรมาภิบาล” ดร.ดอยธิเบศร์ กล่าวทิ้งท้าย







ร่วมแสดงความคิดเห็น