เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน 2569 ณ อาคาร ห้องประชุมวุฒิสภา สมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทยและองค์กรเครือข่าย 4 ภูมิภาค นำโดย ดร. วีรบูล เสมาทอง ประธานสมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย นายธีระศักดิ์สุวรรณปัญญาประธานยุทธศาสตร์
นายพรเทพดวงสิงห์ประธาน สหพันธ์ครูภาคเหนือ นาย สัญญา สนทองประธานชมรมครูประชาบาลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นาย ประทุมเรืองฤทธิ์ประธานสมาพันธ์ครูภาคใต้ และคณะ กว่า 100 คน เข้า พบและ ยื่นหนังสือต่อดร. กมล รอดคล้าย ประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจาราณาร่าง พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ในโอกาสที่มีการประชุมนัดแรกเพื่อพิจารณา กฎหมายดังกล่าว โดย เสนอให้คณะ กรรมาธิการวิสามัญ คงไว้ตามหลักการและสาระสำคัญของ พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อคืนหลักการมีส่วนร่วมในการบริหารสภาวิชาชีพคือคุรุสภาให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพครู และบุคลากรทางการศึกษาที่รอคอยมากว่า 11 ปี ตั้งแต่คำสั่งคสช. ที่ 7/2558 ยกเลิกการมีส่วนร่วมในสภาวิชาชีพ ทำให้สภาวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา ไม่มีผู้แทนผู้ประกอบวิชาชีพ ไปเป็นคณะกรรมการตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ซึ่งสมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทยได้ เรียกร้องทวงคืน สภาวิชาชีพครูมาโดยตลอด จนกระทั่งมาประสบความสำเร็จเมื่อสภาผู้แทนราษฎรได้ผ่านร่างราชบัญญัติ สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งคงสาระสำคัญไว้ ตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติสภาครู และบุคลากรทางการศึกษาพ.ศ 2546
สาระสำคัญ
1.คุรุสภาต้องมีผู้แทนผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของผู้ประกอบวิชาชีพอย่างน้อยกึ่งหนึ่งของคณะกรรมการทั้งหมด
2 ประธานคณะกรรมการต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความสามารถทางด้านการศึกษา
ซึ่งท่านประธานกรรมาธิการ วิสามัญดร. กมลรอดคล้าย ได้รับข้อเสนอและจะนำข้อเรียกร้องของสมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทยไปเสนอต่อที่ประชุมกรรมาธิการวิสามัญต่อไป




ร่วมแสดงความคิดเห็น