รวบหนุ่มเทิงขนยาบ้า 2.8 แสนเม็ด ซุกช่องลำโพงรถกระบะ รับค่าจ้างเที่ยวละ 5 หมื่น

ตำรวจใช้ระบบ LPR ไล่ติดตามผู้ต้องสงสัยตั้งแต่แม่จัน พบขับเลี่ยงเส้นทางหลักมุ่งหน้าเทิง ก่อนสกัดจับพร้อมรถของกลาง เจ้าตัวรับสารภาพเป็นผู้ลำเลียงยาเสพติด เตรียมส่งปลายทาง จ.ตาก

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 เวลา 13.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ร่วมกับตำรวจ สภ.เทิง ตำรวจสืบสวนภาค 5 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สกัดจับนายสิทธิศักดิ์ อายุ 28 ปี ชาว ต.ตับเต่า อ.เทิง จ.เชียงราย พร้อมยาบ้า 280,000 เม็ด และรถยนต์กระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีเทา ทะเบียนเชียงใหม่ หลังตรวจพบซุกซ่อนยาเสพติดไว้ในช่องลำโพงด้านซ้ายและขวาของรถ ขณะขับผ่านจุดตรวจในพื้นที่ อ.เทิง

การจับกุมครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ปรัชญา ประสานสุข ผบช.ภ.5 และ พล.ต.ต.ทรงกริช ออนตะไคร้ ผบก.ภ.จว.เชียงราย พร้อมผู้บังคับบัญชาตำรวจภูธรภาค 5 และตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย โดยมี พ.ต.อ.สิทธา คำเลิศ ผกก.สภ.เทิง ร่วมดำเนินการ

ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด ภ.จว.เชียงราย ได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ อ.แม่จัน จ.เชียงราย ไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศ โดยใช้รถยนต์กระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีเทา ทะเบียน ยย 395 เชียงใหม่ เป็นพาหนะ จึงนำข้อมูลเข้าสู่ระบบเฝ้าระวังผ่านระบบอ่านป้ายทะเบียนอัตโนมัติ (LPR) พร้อมรายงานผู้บังคับบัญชาและจัดกำลังติดตามความเคลื่อนไหว

กระทั่งเวลาประมาณ 09.40 น. วันเดียวกัน ระบบตรวจพบรถเป้าหมายเคลื่อนเข้าสู่พื้นที่ อ.เชียงแสน และ อ.แม่จัน เจ้าหน้าที่จึงจัดกำลังติดตามและเฝ้าระวังตามเส้นทางที่คาดว่ารถจะใช้เดินทาง

ต่อมาเวลาประมาณ 11.50 น. พบรถคันดังกล่าวผ่านบ้านดอยจัน ต.โยนก อ.เชียงแสน มุ่งหน้าเข้าสู่ อ.เมืองเชียงราย ก่อนใช้เส้นทางรองผ่านบ้านปงเคียน ต.ดงมหาวัน อ.เวียงเชียงรุ้ง บ้านร่องบัวทอง ต.ทุ่งก่อ อ.เวียงเชียงรุ้ง และบ้านไม้ยา ต.ไม้ยา อ.พญาเม็งราย มุ่งหน้าไปยัง อ.เทิง

เจ้าหน้าที่สังเกตว่ารถใช้เส้นทางรองต่อเนื่อง จึงประสานตำรวจ สภ.เทิง ตั้งจุดตรวจจุดสกัดเพื่อเรียกตรวจสอบรถต้องสงสัย

เวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจบริเวณสามแยกเทิง–สันทรายงาม บ้านตั้ง หมู่ 2 ต.เวียง อ.เทิง พบรถเป้าหมายขับผ่าน จึงส่งสัญญาณให้หยุดรถและแสดงตัวเข้าตรวจสอบ พบมีนายสิทธิศักดิ์เป็นผู้ขับขี่ โดยมีภรรยาและบุตรสาวอายุ 9 ปี และ 4 ปี นั่งโดยสารมาด้วย

ระหว่างตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบว่าผู้ขับขี่มีท่าทีพิรุธ จึงเชิญตัวพร้อมรถยนต์ไปตรวจสอบเพิ่มเติมที่ สภ.เทิง โดยใช้เครื่องเอกซเรย์แบบมือถือ ตรวจบริเวณช่องลำโพงด้านซ้ายและด้านขวาใกล้เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังคนขับ ผลการตรวจพบวัตถุต้องสงสัยซุกซ่อนอยู่ภายใน

จากการสอบถาม นายสิทธิศักดิ์ให้การรับว่ามียาบ้าซุกซ่อนอยู่ในบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงตรวจค้นรถ โดยผู้ต้องหาให้ความยินยอมและนำตรวจค้นด้วยตนเอง พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในช่องลำโพงด้านซ้าย 69 มัด จำนวนประมาณ 138,000 เม็ด และช่องลำโพงด้านขวา 71 มัด จำนวนประมาณ 142,000 เม็ด รวมทั้งสิ้น 140 มัด หรือประมาณ 280,000 เม็ด

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดรถยนต์กระบะที่ใช้ลำเลียงยาเสพติด และโทรศัพท์มือถือไอโฟน 13 สีขาว จำนวน 1 เครื่อง ไว้เป็นของกลางประกอบคดี

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายสิทธิศักดิ์ให้การรับสารภาพว่า ทำหน้าที่ลำเลียงยาเสพติด โดยติดต่อกับชายชื่อเล่นว่า “เก้า” อายุประมาณ 40 ปี ซึ่งไม่ทราบที่อยู่แน่ชัด ผ่านหมายเลขโทรศัพท์ที่บันทึกไว้ในโทรศัพท์ว่า “อ้าย9” ผู้ต้องหาอ้างว่าไปรับยาบ้าด้วยตนเองในพื้นที่ อ.แม่จัน จ.เชียงราย ก่อนนำมาซุกซ่อนในรถยนต์ และตั้งใจเดินทางต่อไปยัง จ.ตาก แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมเสียก่อน โดยได้รับค่าจ้างในการลำเลียงยาเสพติดครั้งละ 50,000 บาท

ส่วนภรรยาและบุตรสาวของผู้ต้องหานั้น จากการสืบสวนเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ไม่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับการลำเลียงยาเสพติดครั้งนี้ จึงปล่อยตัวทั้งสามคนที่โดยสารมาด้วยให้กลับไป

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหานายสิทธิศักดิ์ในความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

เจ้าหน้าที่ได้ทดสอบยาเสพติดเบื้องต้นด้วยน้ำยามาร์ควิส ซึ่งผลการทดสอบเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล สอดคล้องกับการตรวจพบสารเมทแอมเฟตามีน ก่อนจัดทำบันทึกจับกุมและนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เทิง ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลสืบสวนติดตามผู้ร่วมขบวนการและผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ต่อไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น