จากเหตุการณ์สุดผวาในพื้นที่อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ รายหนึ่งได้โพสต์ข้อความพร้อมคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิด เพื่อขอความช่วยเหลือจากสังคมในการติดตามหาเบาะแสกลุ่มชายแปลกหน้า 4 คน ที่ขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันมา 2 คัน โดยเข้ามาก่อเหตุทำร้ายร่างกายลูกชายของตนเอง อายุ 14 ปี จนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อช่วงเวลาประมาณ 15.20 น. ของวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา บริเวณเส้นทางออกจากบ้านเอื้ออาทรเคหะสันป่าตอง มุ่งหน้าไปทางตำบลน้ำบ่อหลวง
จากการเปิดเผยของผู้โพสต์ระบุว่า ขณะเกิดเหตุลูกชายกำลังเดินทางกลับหลังจากไปหาเพื่อน โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ขี่รถตามมาแล้วเอ่ยปากทักด้วยคำว่า “คิงเอาก่อ” แม้ผู้เสียหายจึงตอบกลับไปว่า “ไม่เอาครับ” แต่ชายคนซ้อนท้ายกลับตรงเข้าทำร้ายร่างกายด้วยการชกเข้าที่บริเวณศีรษะจนหัวโน โชคดีที่เพื่อนของผู้เสียหายที่ขี่รถมาอีกคันช่วยห้ามปรามไว้ได้ทัน จึงไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรง สร้างความฉงนสงสัยและกังวลใจให้กับผู้เป็นแม่เป็นอย่างมาก เนื่องจากลูกชายไม่เคยรู้จักหรือมีเรื่องบาดหมางกับกลุ่มผู้ก่อเหตุมาก่อน ผู้โพสต์จึงได้นำภาพหลักฐานจากกล้องวงจรปิดโพสต์ลงสื่อสังคมออนไลน์เพื่อตามหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี
ล่าสุด สถานีตำรวจภูธรสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ได้เข้าตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าวพร้อมเร่งสืบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุทันที จนกระทั่งเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสามารถติดตามจับกุมผู้กระทำผิดได้ และเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 11.32 น. ทางพนักงานสอบสวน สภ.สันป่าตอง ได้นัดหมายคู่กรณีทั้งสองฝ่ายเข้าพบเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี
จากการสอบปากคำพบว่า ฝ่ายผู้ก่อเหตุคือ นาย ก. (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี ชาวอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ Honda Wave สีแดง และ นาย ข.(นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ชาวอำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้นั่งซ้อนท้าย โดยนาย ข. ยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือทำร้ายร่างกายเด็กชายผู้เสียหายจริง พนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่นาย ข. ในข้อหา “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ” ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงได้ทำการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย
ส่วนในเรื่องค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ทางด้าน นางสาวศศิธร อายุ 37 ปี ผู้ปกครองของเด็กชาย ได้เรียกร้องค่าเสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งฝ่ายผู้ก่อเหตุ ทั้งนาย ก. และนาย ข.ได้ยินยอมชดใช้ค่าเสียหายและมอบเงินสดต่อหน้าพนักงานสอบสวนเรียบร้อยแล้ว โดยทางฝ่ายผู้เสียหายไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีทั้งทางอาญาและทางแพ่งต่อกันอีกต่อไป



ร่วมแสดงความคิดเห็น